EP8 The Blue Betrayal
“On March 10, 2020, the System finalized the purchase of Blue Zones, LLC … The purchase resulted in goodwill and identifiable intangible assets primarily related to trade name and customer relationships.” — Adventist Health System, FY2021 Financial Statements (Oregon.gov)
เอกสารบรรทัดนี้คือจุดปิดฉากของแนวคิดที่เริ่มต้นจากแผนที่ซาร์ดิเนียในยุโรป และกลายเป็นสินทรัพย์ของศาสนา Seventh-Day Adventist ในสหรัฐอเมริกา
วันที่ 10 มีนาคม 2020 บริษัท Blue Zones, LLC ของ Dan Buettner ถูกซื้อโดย Adventist Health System / West ด้วยมูลค่าราว 70 ล้านดอลลาร์ บันทึกไว้ในงบการเงินหมวด goodwill และ intangible assets ซึ่งหมายถึง “ชื่อทางการค้าและสิทธิ์ในความสัมพันธ์กับลูกค้า” ไม่มีชื่อบุคคลอื่นปรากฏในเอกสาร ไม่มี “Poulain” ไม่มี “Pes” มีเพียงบริษัทของ Buettner เท่านั้น
นี่ไม่ใช่การซื้อ “ผลงานวิจัย” แต่คือการซื้อ “เรื่องเล่า” ทั้งหมดของมัน เรื่องเล่าที่เริ่มต้นจากข้อมูลประชากรศาสตร์ แล้วกลายเป็นแบรนด์สุขภาพระดับโลกภายใต้เครื่องหมาย Blue Zones®
ธุรกรรมนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเจ้าของบริษัท แต่คือการโอนแนวคิดจากมือของนักเขียน ไปอยู่ในบัญชีขององค์กรศรัทธา เป็นวันที่หมึกสีน้ำเงินบนแผนที่ถูกเปลี่ยนเป็นหมึกสีดำในงบการเงิน และเป็นวันที่ผู้ให้กำเนิดคำนี้จริง ๆ ถูกลบชื่อออกจากทุกหน้าของเอกสาร
ต้นทางของทุกอย่างเริ่มขึ้นในซาร์ดิเนียช่วงปลายทศวรรษ 1990 ที่ซึ่งนักประชากรศาสตร์ชาวเบลเยียม Michel Poulain และแพทย์ชาวอิตาเลียน Gianni Pes พบว่ามีผู้คนอายุยืนเกินร้อยปีมากผิดปกติในแถบภูเขาโอกลิอัสตรา พวกเขาเดินทางตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ของแต่ละหมู่บ้านอย่างละเอียด ตรวจวันเกิด วันตาย และเอกสารสมรสทุกฉบับ เมื่อยืนยันอายุได้จริง พวกเขาจะหยิบปากกาสีน้ำเงินมาขีดจุดบนแผนที่ — เส้นหมึกที่ต่อมากลายเป็นชื่อของแนวคิดทั้งระบบ
ปี 2004 งานวิจัยชิ้นนั้นถูกตีพิมพ์ใน Experimental Gerontology และคำว่า Blue Zone ปรากฏครั้งแรกในฐานะ “พื้นที่ที่มีอัตราผู้มีอายุ 100 ปีสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ” ไม่ได้มีความหมายทางศีลธรรมหรือการตลาดใดๆ จุดมุ่งหมายของพวกเขาคือความจริงทางข้อมูล ไม่ใช่สูตรอายุยืน
Poulain เป็นนักตรวจสอบอายุระดับโลก เขาเชี่ยวชาญการยืนยันเอกสารราชการเพื่อกันข้อมูลเท็จออกจากงานวิจัย ส่วน Pes เป็นแพทย์ที่เก็บข้อมูลชีวภาพและพฤติกรรมของคนในพื้นที่เพื่อหาปัจจัยร่วม ทั้งคู่ต่างเชื่อในสิ่งเดียวกัน ความยืนยาวของมนุษย์เป็นผลของข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เรื่องเล่าทางศรัทธา
ในช่วงเวลานั้น “Blue Zone” ยังไม่มีมูลค่า ไม่มีบริษัท ไม่มีหนังสือ ไม่มีโครงการสุขภาพ มีเพียงนักวิทยาศาสตร์สองคนกับหมึกสีน้ำเงินบนแผนที่ซาร์ดิเนีย และความตั้งใจจะอธิบายโลกด้วยหลักฐาน ไม่ใช่ด้วยแบรนด์
ปี 2005 นิตยสาร National Geographic เตรียมตีพิมพ์บทความว่าด้วย “ความลับของการมีอายุยืน” บรรณาธิการต้องการเรื่องราวที่อ่านง่ายและมีพลังภาพ จึงติดต่อชายชาวอเมริกันชื่อ Dan Buettner นักผจญภัยที่เคยเดินทางรอบโลกด้วยจักรยานและเขียนงานแนวสารคดีสำรวจชีวิตมนุษย์ เขาไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ แต่เข้าใจดีว่าความจริงทางข้อมูลเพียงอย่างเดียว ไม่อาจชนะความจริงทางอารมณ์ได้
Buettner เดินทางไปซาร์ดิเนีย พบกับ Poulain และ Pes และชักชวนทั้งคู่ร่วมในโครงการสำรวจ “ดินแดนแห่งอายุยืน” เพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่น เช่น โอกินาวาในญี่ปุ่น และคาบสมุทรนิโคยาในคอสตาริกา บทบาทถูกแบ่งชัดเจน Poulain รับหน้าที่ตรวจสอบอายุจากเอกสารราชการ, Pes ศึกษาพฤติกรรมสุขภาพและพันธุกรรมของคนในพื้นที่ ส่วน Buettner เป็น “ผู้นำการเดินทางและผู้เล่าเรื่อง” คอยบริหารทีม ถ่ายภาพ และจัดโครงสร้างสารคดี
บทความ “The Secrets of Living Longer” ลงหน้าปก National Geographic เดือนพฤศจิกายนปีนั้นทันที กลายเป็นหนึ่งในฉบับขายดีที่สุดของนิตยสารในรอบทศวรรษ ภาพชายชราซาร์ดิเนียยืนยิ้มข้างกำแพงหิน ถูกจับคู่กับหญิงชราในโอกินาวาและครอบครัวชาวโลมา ลินดาในแคลิฟอร์เนีย โลกเริ่มจำคำว่า Blue Zones ว่าเป็นสัญลักษณ์ของ “ชีวิตดี อายุยืน”
หลังบทความออกเพียงไม่กี่เดือน Buettner เริ่มสร้างเครือข่ายทุนสนับสนุนและสิทธิ์ทางสื่อ เขาเดินสายบรรยายทั่วสหรัฐ พร้อมเขียนหนังสือ The Blue Zones: Lessons for Living Longer from the People Who’ve Lived the Longest ในปี 2008 หนังสือขึ้นชาร์ต New York Times Bestseller ทันที และในปี 2009 เขาจดทะเบียนบริษัท Blue Zones, LLC พร้อมเครื่องหมายการค้า “BLUE ZONES®” ในชื่อของตนเอง
การจดสิทธิ์นั้นเปลี่ยนทุกอย่าง “Blue Zones” จากคำในงานวิจัย กลายเป็นทรัพย์สินที่มีเจ้าของในเชิงกฎหมายโดยสมบูรณ์ ตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างนักวิทยาศาสตร์สองคนในยุโรปกับนักเล่าเรื่องจากอเมริกาก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย เพราะฝ่ายหนึ่งยังมองมันเป็นข้อมูล ส่วนอีกฝ่ายเริ่มมองเห็นมันเป็นแบรนด์
Michel Poulain รู้ข่าวการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า BLUE ZONES® ของ Dan Buettner ย้อนหลังจากเอกสารสาธารณะ ไม่ใช่จากการบอกกล่าว เขานิ่งไปหลายวันก่อนพูดกับเพื่อนร่วมงานว่า “เรากำลังสูญเสียความหมายของคำนี้” เพราะสำหรับเขา Blue Zones เป็นผลลัพธ์ของการคำนวณเชิงประชากรศาสตร์ ไม่ใช่ทรัพย์สินทางการค้า การที่มีชื่อบุคคลใดครอบครองสิทธิ์ในทางกฎหมาย หมายถึงการตัดวิทยาศาสตร์ออกจากต้นกำเนิดของมัน
ในขณะเดียวกัน Buettner เริ่มขยาย Blue Zones ออกไปในฐานะโครงการให้คำปรึกษาแก่เมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐ เมืองที่อยากได้รับการรับรองเป็น “Blue Zone Community” ต้องชำระค่าธรรมเนียมหลักหลายแสนดอลลาร์ เพื่อให้บริษัทเข้ามาออกแบบนโยบายด้านสุขภาพ ตั้งแต่โครงสร้างเมือง อาหาร ไปจนถึงกิจกรรมชุมชน แนวคิดที่เคยเป็นของนักวิทยาศาสตร์ ถูกแปลงเป็นบริการสุขภาพเชิงพาณิชย์ที่มีทีมบริหาร การตลาด และสัญญาทางธุรกิจครบถ้วน
Poulain พยายามพูดคุยกับ Buettner โดยอ้างเหตุผลว่า การเก็บค่าธรรมเนียมจากแนวคิดที่เกิดจากงานวิจัยขัดต่อเจตนารมณ์ทางวิทยาศาสตร์ แต่ Buettner มองว่าเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อ “ปกป้องชื่อ” ไม่ให้ถูกใช้ผิดทางและเพื่อให้โครงการเดินหน้าได้ด้วยเงินทุนจริง
สำหรับ Gianni Pes ซึ่งอยู่ตรงกลาง เขายังคงให้ข้อมูลทางวิชาการและร่วมตรวจสอบเอกสารกับทั้งสองฝ่าย แต่เริ่มรักษาระยะห่าง เขาเคยกล่าวไว้ภายหลังว่า “ตอนนั้นผมรู้ว่าเรากำลังพูดกันคนละภาษา เขาพูดภาษาแบรนด์ ส่วนพวกเราพูดภาษาข้อมูล”
รอยร้าวจึงเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ไม่มีการโต้เถียง ไม่มีคำประกาศลา เพียงแต่ตั้งแต่นั้นไป พวกเขาไม่เคยนั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกันอีกเลย
ปี 2017 บริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่ Chanel เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชื่อ Blue Serum พร้อมคำโปรยบนโฆษณาว่า “ส่วนผสมจาก Blue Zones แห่งโลก: กาแฟเขียวจากคอสตาริกา มะกอกจากซาร์ดิเนีย และมาสติกจากอิคาเรีย” ชื่อที่ใช้เรียกขายครีมบำรุงนี้จุดชนวนให้คำว่า Blue Zones ซึ่งเคยเป็นคำวิชาการ กลายเป็นคำตลาดอย่างเต็มรูปแบบ
Dan Buettner เห็นโฆษณานั้นและโกรธ เขายื่นคำเตือนทางกฎหมายไปยัง Chanel โดยอ้างสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้า BLUE ZONES® ในนามของบริษัท Blue Zones, LLC และเพื่อเพิ่มน้ำหนักทางวิชาการ เขาโทรศัพท์ถึง Michel Poulain ขอให้ร่วมเป็น “พยานทางวิทยาศาสตร์” เพื่อยืนยันว่าคำนี้เป็นผลจากความร่วมมือที่ตนเองมีสิทธิ์ปกป้อง แต่ในห้องทำงานเล็กๆ ที่เมืองลูแวง ประเทศเบลเยียม โทรศัพท์สายข้ามทวีปนั้นกลายเป็นจุดสิ้นสุดของความร่วมมือยาวนานกว่าทศวรรษ
Poulain ฟังคำอธิบายของ Buettner อย่างเงียบงันก่อนตอบกลับด้วยเสียงหนักแน่นเพียงสามคำ “No! Impossible! Impossible!”
มันไม่ใช่เพราะโกรธหรือรังเกียจ แต่เพราะสิ่งที่ Buettner ขอให้ทำคือการยืนยันว่าแนวคิดทางวิทยาศาสตร์อันบริสุทธิ์สามารถกลายเป็นทรัพย์สินของบริษัทเอกชนได้ ในสายตาของนักประชากรศาสตร์ที่ใช้ชีวิตครึ่งศตวรรษตรวจสอบทะเบียนเกิด–ตาย เพื่อรักษาความถูกต้องของข้อมูล การเป็นพยานให้บริษัทในคดีการค้าเท่ากับยอมรับว่า “ความจริงมีเจ้าของ”
สำหรับ Poulain นั่นคือเส้นที่ไม่มีวันข้ามได้ เขาเชื่อว่าคำว่า Blue Zones เป็นมรดกทางข้อมูลของมนุษย์ ไม่ใช่เครื่องหมายทางการค้า เมื่อ Buettner พยายามปกป้องคำนี้ในศาล เขากำลังทำในสิ่งตรงข้ามกับจุดกำเนิดของมัน จากหมึกสีน้ำเงินที่ขีดเพื่อระบุ “พื้นที่ที่ควรศึกษา” กลับกลายเป็นตราสัญลักษณ์ที่ใครก็ใช้เรียกเก็บค่าได้
หลังจากวางสายวันนั้น Poulain ประกาศยุติความร่วมมือทั้งหมดกับ Buettner และ Blue Zones, LLC ความสัมพันธ์ที่เคยเต็มไปด้วยความเคารพทางวิชาการจบลงโดยไม่ต้องมีเอกสารใดเซ็นรับรอง เพราะคำพูดเพียงสามคำก็เพียงพอจะตัดสะพานทั้งหมด สำหรับเขา ความจริงไม่มีราคา และหมึกสีน้ำเงินบนแผนที่ไม่ควรถูกจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า หลังเสียง “No! Impossible! Impossible!” สิ้นสุดลง ความร่วมมือที่เคยเป็นรากฐานของแนวคิด Blue Zones ก็แยกออกเป็นสองโลกที่ไม่อาจกลับมารวมกันได้อีก
ฝ่ายหนึ่งคือ 1.Blue Zones, LLC ของ Dan Buettner ที่ขับเคลื่อนแนวคิดนี้ด้วยพลังของสื่อและตลาด เขาสร้างโครงการ Blue Zones Projects ขยายสู่เมืองต่างๆ ในสหรัฐ ประกาศแนวคิด Blue Zone 2.0 และต่อมาเพิ่ม “Singapore” เข้าเป็นพื้นที่ใหม่ โดยให้เหตุผลว่าเป็นตัวอย่างของ “ความยืนยาวที่ออกแบบได้” (engineered longevity) ผ่านนโยบายรัฐ ไม่ใช่วิถีชีวิตดั้งเดิม
อีกฝ่ายคือ 2.Michel Poulain ที่กลับไปทำงานในยุโรปภายใต้ชื่อ Longevity Blue Zones เขาออกแบบฐานข้อมูลและมาตรฐานประชากรศาสตร์ของตนเอง เพิ่ม “Martinique” ในแคริบเบียนเข้าเป็นพื้นที่ใหม่ในปี 2019 และตัด “Loma Linda” ออกจากบัญชีอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า “นั่นเป็นเพียงชุมชนศาสนา ไม่ใช่ Blue Zone ทางประชากรศาสตร์”
ในเอกสารของทั้งสองฝ่ายมีเพียงสี่พื้นที่ที่เห็นตรงกัน ซาร์ดิเนีย, โอกินาวา, นิโคยา, และอิคาเรีย—ส่วนที่เหลือกลายเป็นสมรภูมิของคำนิยาม Buettner ใช้หลัก “สื่อและพฤติกรรม” เพื่อขยายแนวคิด ส่วน Poulain ใช้หลัก “ข้อมูลและสถิติ” เพื่อจำกัดมันให้อยู่ในกรอบที่พิสูจน์ได้จริง
Gianni Pes กลายเป็นบุคคลตรงกลาง เขายังทำงานร่วมกับทั้งสองฝั่งในฐานะผู้ตรวจทานงานวิจัย แต่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ เขากล่าวในบทสัมภาษณ์ว่า “เกือบทุกบทความเรื่อง Blue Zones ที่ตีพิมพ์ทั่วโลกจะมาถึงโต๊ะผมและ Poulain มันกลายเป็นโลกที่เราทั้งคู่ต้องคอยตรวจข้อเท็จจริงให้คนละระบบ”
ขณะเดียวกัน สื่อกระแสหลักก็เลือกข้างโดยปริยาย ซีรีส์สารคดีของ Netflix ที่ออกอากาศในปี 2023 ปรากฏภาพของ Buettner เต็มจอในฐานะ “ผู้ค้นพบ Blue Zones” ขณะที่ Poulain แทบไม่ปรากฏเลย “ผมโผล่มาแค่แว้บเดียว จากระยะไกล” เขากล่าวในบทสัมภาษณ์กับ Science.org
ความแตกต่างระหว่างสองโลกจึงชัดเจนขึ้นทุกปี ฝั่งหนึ่งครอบครองแบรนด์และตลาด อีกฝั่งครอบครองข้อมูลและศักดิ์ศรีทางวิทยาศาสตร์
และในปี 2020 เมื่อ Blue Zones, LLC ถูกขายต่อให้ Adventist Health System, ความสมดุลของสองโลกนั้นก็หายไปโดยสิ้นเชิง ฝั่งธุรกิจได้ทั้งสิทธิ์และศรัทธา ส่วนฝั่งวิทยาศาสตร์เหลือเพียงร่องรอยของหมึกบนแผนที่ และชื่อในเชิงเครดิตที่ไม่มีมูลค่าในงบการเงิน
เมื่อเอกสารการขายกิจการถูกลงนามในเดือนมีนาคม 2020 แนวคิด Blue Zones ที่ถือกำเนิดจากปากกาและสมุดบันทึกของนักประชากรศาสตร์สองคนในยุโรป ได้ถูกปิดบัญชีอย่างสมบูรณ์ในฐานะ “สินทรัพย์ไม่มีตัวตน” ขององค์กรศาสนาในสหรัฐอเมริกา ในหมวด goodwill ของงบการเงิน Adventist Health ไม่มีบรรทัดใดเอ่ยชื่อ Michel Poulain หรือ Gianni Pes มีเพียงการประเมินมูลค่าแบรนด์และสิทธิ์การใช้งาน Blue Zones ที่รวมอยู่ในสินทรัพย์ของศาสนา Seventh-Day Adventist การซื้อขายครั้งนั้นไม่เพียงถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ทางกฎหมาย แต่ยังยืนยันด้วยว่าพลังทางวาทกรรมของศาสนาเหนือกว่าวิทยาศาสตร์โดยสิ้นเชิง
ฝั่งของ Poulain ยังคงตีพิมพ์งานวิจัยในยุโรปด้วยความเงียบงัน เขากล่าวเพียงในวงสัมมนาว่า “เมื่อศรัทธาเข้ามาครอบครองคำของวิทยาศาสตร์ คำคำนั้นจะไม่เหมือนเดิมอีกเลย” ส่วน Gianni Pes ยังคงตรวจสอบข้อมูลประชากรและสังเกตว่าบางเมืองในซาร์ดิเนียที่เคยมีผู้มีอายุเกินร้อยปีจำนวนมาก กลับลดลงเรื่อยๆ ในรุ่นหลังจากปี 1930 เหมือนคำว่า Blue Zone กำลังสูญเสียความหมายดั้งเดิมของมันเอง
ในอีกฟากหนึ่งของโลก Dan Buettner ปรากฏตัวในงานเปิดตัวโครงการ Miami Well-Being Center ของ Adventist Health เขากล่าวบนเวทีว่า “เรากำลังสร้างระบบที่จะช่วยให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาวและดีขึ้น” ผู้ฟังปรบมือให้กับวลีที่ครั้งหนึ่งเกิดจากสมการของนักประชากรศาสตร์แต่บัดนี้กลายเป็นสโลแกนของอุตสาหกรรมสุขภาพ
การถ่ายโอนครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การขายบริษัท แต่คือการเปลี่ยนเจ้าของของ “ความหมาย” ทั้งหมด — จากนักวิทยาศาสตร์ผู้ตรวจสอบเอกสารเกิดและตายของผู้คน ไปสู่ศาสนาที่เชื่อว่าความยืนยาวเป็นรางวัลของความศรัทธา
“ความร่วมมือที่เริ่มจากการนับคนร้อยปี จบลงด้วยการนับยอดรายได้”
เส้นหมึกสีน้ำเงินที่เคยขีดไว้บนแผนที่ซาร์ดิเนียได้กลายเป็นเส้นสีดำบนเอกสารทางบัญชีของ Adventist Health และนั่นคือ The Final Transfer
จุดที่วิทยาศาสตร์ สิทธิ์ทางการค้า และศรัทธา กลายเป็นเรื่องเดียวกันอย่างสมบูรณ์
#pirateketo #กูต้องรู้มั๊ย #siamstr #ม้วนหางสิลูก #BluezoneTheblueillusion
Write a comment