EP7: The Environmental Turn (1990–2005) ตอนที่ 1 – โลกในทศวรรษ 1990s: การเกิดเวทีสิ่งแวดล้อมใหม่
“Humanity stands at a defining moment in history… a global partnership for sustainable development.”
— Agenda 21, United Nations Conference on Environment and Development (1992)
คำประกาศจาก Agenda 21 ที่ประชุม Earth Summit เมืองริโอ เดอ จาเนโร ปี 1992 คือสัญญาณว่าประเด็นสิ่งแวดล้อมกำลังก้าวเข้าสู่เวทีโลกอย่างไม่อาจย้อนกลับได้ การประชุมครั้งนั้นมีผู้นำรัฐบาล 108 ประเทศและผู้แทนกว่า 170 ประเทศเข้าร่วม เอกสารหลักที่ได้รับการรับรองคือ Rio Declaration และ Agenda 21 ซึ่งวางกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงรูปแบบการผลิตและการบริโภค
เอกสารระบุชัดว่า “รูปแบบการบริโภคที่ไม่ยั่งยืนในประเทศพัฒนาแล้ว” เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก แม้จะยังไม่กล่าวตรงถึงเนื้อสัตว์ แต่การปูกรอบเช่นนี้ได้สร้างช่องทางให้ประเด็นอาหารเข้ามาอยู่ในวาระสาธารณะในทศวรรษต่อมา
ผลสืบเนื่องโดยตรงจากการประชุมริโอคือการจัดตั้ง United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกติดตามและเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ ประเทศสมาชิกกว่า 150 ประเทศให้สัตยาบันและเริ่มรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองต่อสหประชาชาติ
กรอบอนุสัญญานี้เป็นจุดเริ่มของการเจรจาระดับโลกเรื่อง climate change ที่ต่อมาจะนำไปสู่ Kyoto Protocol ในปี 1997 และการจัดประชุม COP (Conference of Parties) อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ในปี 1995 IPCC Second Assessment Report ได้สร้างประโยคที่กลายเป็นหมุดหมาย:
“The balance of evidence suggests a discernible human influence on global climate.”
นี่เป็นครั้งแรกที่มีการประกาศโดยนักวิทยาศาสตร์นานาชาติในนามองค์กรระหว่างรัฐบาลว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเกิดจากมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ การยอมรับนี้ทำให้การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกลายเป็นวาระเร่งด่วน ไม่ใช่เพียงข้อถกเถียงทางวิชาการอีกต่อไป
สองปีต่อมา ประเทศพัฒนาแล้ว 37 ประเทศลงนามใน Kyoto Protocol ซึ่งกำหนดพันธกรณีทางกฎหมายครั้งแรกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภาคพลังงานและขนส่งถูกจัดให้อยู่ในเป้าหมายหลัก แต่การประชุมยังเปิดพื้นที่ให้พูดถึง “agriculture” และ “land use” แม้ยังไม่ถูกแยกย่อยลงรายละเอียดชัดเจน
ช่องว่างนี้เองที่จะกลายเป็นพื้นที่ให้ประเด็นปศุสัตว์ถูกดึงเข้ามาในเวลาต่อมา
ตลอดทศวรรษ 1990s สื่อระดับโลกเริ่มใช้คำว่า “global warming” อย่างต่อเนื่อง บทความใน New York Times ปี 1988 ที่รายงานคำเตือนของ James Hansen แห่ง NASA ถือเป็นจุดเริ่ม และภายในปี 1995–1997 คำว่า “greenhouse gases” กลายเป็นศัพท์ทั่วไปในสื่อ สิ่งนี้ทำให้การเชื่อมโยงประเด็นต่าง ๆ เข้ากับ climate narrative ง่ายขึ้น เพราะประชาชนเริ่มมี “ภาษา” ร่วมกันในการพูดถึงภัยคุกคาม
แม้ในช่วงต้นทศวรรษ 1990s การถกเถียงหลักยังเน้นที่พลังงาน แต่ก็เริ่มมีรายงานบางฉบับจาก Worldwatch Institute และนักวิชาการอิสระที่โยงเรื่องเนื้อสัตว์เข้ากับสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ธัญพืชจำนวนมากเพื่อเลี้ยงสัตว์ซึ่ง “ไร้ประสิทธิภาพ” และการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อสร้างทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ในลาตินอเมริกา
คำกล่าวเหล่านี้ยังไม่เป็นกระแสใหญ่ แต่เมื่อประกอบกับกรอบที่ Agenda 21 และ IPCC วางไว้ มันทำให้แนวคิดเรื่อง “อาหารกับสิ่งแวดล้อม” มีที่ยืนมากขึ้นในเวทีวิชาการและ NGO
ขบวนการ Seventh-Day Adventists แม้จะไม่ได้ปรากฏในเอกสารระหว่างประเทศช่วงต้นทศวรรษ 1990s แต่บุคลากรด้านโภชนาการจาก Loma Linda University เริ่มนำเสนอบทความในวารสารโภชนาการที่เชื่อมโยงอาหารมังสวิรัติกับการใช้ทรัพยากร ตัวอย่างเช่น งานที่อภิปรายว่าอาหารพืชใช้พลังงานและพื้นที่เพาะปลูกน้อยกว่าเนื้อสัตว์ การขยับเช่นนี้สะท้อนว่าแม้กรอบหลักยังเป็น “สุขภาพ” แต่ก็เริ่มมีการมองหา “เหตุผลด้านสิ่งแวดล้อม” มาสนับสนุน
ในเชิงเศรษฐกิจ การที่สหรัฐและประเทศพัฒนาแล้วดำเนินนโยบายการเงินแบบ fiat หลังปี 1971 ทำให้มีพื้นที่ในการอุดหนุนโครงการสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่และสนับสนุนงานวิจัยที่ไม่ได้สร้างผลตอบแทนทันที โครงการอย่าง UNFCCC หรือการจัด Earth Summit ไม่ได้เกิดจากตลาดเสรี แต่จากการจัดสรรงบประมาณที่รัฐสามารถดำเนินได้เพราะไม่มีกรอบทองคำมาคุม
ทศวรรษ 1990s จึงเป็นช่วงเวลาที่โครงสร้างการเมืองโลกเปิดพื้นที่ให้สิ่งแวดล้อมขึ้นมาอยู่บนเวทีใหญ่ แม้ประเด็นอาหารยังอยู่ชายขอบ แต่การสร้างภาษากลาง การจัดตั้งกรอบอนุสัญญา และการขยายตัวของสื่อ ได้วางรากฐานให้เรื่อง “เนื้อสัตว์และภูมิอากาศ” สามารถทะลุเข้าสู่กระแสหลักในทศวรรษถัดมา
#pirateketo #กูต้องรู้มั๊ย #ม้วนหางสิลูก #siamstr #ThePlantBasedEmpire
=====================
🍫 บราวนีทางเลือก จาก ตำรับเอ๋ 🍫
https://www.facebook.com/share/p/1Euxc7S6fE
ทางเลือกของคนจำกัดคาร์โบไฮเดรต
Write a comment