น้ำมันมะพร้าว กับ การตากแดด

ไม่ได้ช่วยป้องกันแดด แต่ช่วยทำงานร่วมกับแดดและตัวเรา ได้ดีขึ่น
น้ำมันมะพร้าว กับ การตากแดด

เฮียว่าคนไทยเราโชคดีอยู่แล้วที่เกิดในประเทศแดดดีทั้งปี บางประเทศเขาแทบต้องเสียเงินซื้อวิตามิน D มากินแถมยังต้องแลกกับผลข้างเคี้ยงมากมาย แต่เรามีแสงแดดฟรีๆ แค่เปิดหน้าต่างก็ได้ของขวัญจากธรรมชาติแล้ว ที่สำคัญ การตากแดดอย่างเข้าใจ ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพกระดูก แต่ยังโยงไปถึงภูมิคุ้มกัน อารมณ์ และความงามอีกด้วย ทีนี้เมื่อมีพระอาทิตย์แล้ว ถ้ามี “เพื่อนคู่ใจ” อย่างน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมาช่วยด้วย มันเหมือนจับคู่หมากเก็บกับมือเด็กๆ เข้ากันพอดีฮาๆๆ ลองดูมะ

คืองี้ครับ เวลาเราเอาผิวไปเจอแดด แสง UVB จะกระตุ้นคอเลสเตอรอลใต้ผิวให้เปลี่ยนเป็นวิตามิน D3 วิตามินนี้ไม่ใช่แค่วิตามิน แต่เป็นเหมือน “ฮอร์โมนสัญญาณ” ที่คุมระบบภูมิคุ้มกัน การดูดซึมแคลเซียม ไปจนถึงการทำงานของเซลล์สมอง มนุษย์เราถูกออกแบบมาให้ต้องเจอแดด แสงแดดจึงเป็นเหมือนปุ่มเปิด–ปิดบางระบบในร่างกาย

แต่ระหว่างกระบวนการนี้ก็จะมีปฏิกิริยาทางชีวเคมีอื่นๆ เกิดขึ้น เช่น มีการสร้าง Reactive Oxygen Species (ROS) อยู่บ้างเล็กๆ คล้ายเศษไฟที่แตกออกมาเวลาเราจุดไม้ขีด ซึ่งร่างกายก็จัดการได้เองอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้ามีตัวช่วยมาคอยเบรกบ้าง มันจะสมดุลขึ้น

นั่นคือ น้ำมันมะพร้าว เกราะธรรมชาติของผิวจ้า

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น (Extra Virgin Coconut Oil) ต่างจากน้ำมันมะพร้าวที่ผ่านความร้อน เพราะยังคงสารธรรมชาติไว้ครบ ทั้งกรดไขมันสายกลาง (MCT – Medium Chain Triglycerides), โพลีฟีนอล และวิตามินอี

เมื่อทาลงผิว สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

  • ชั้นไขมันเสริมเกราะ โดยกรดไขมันจะแทรกตัวเข้าไปในชั้น Stratum corneum หรือ ชั้นขี้ไคล 5555 มันคือคือชั้นผิวหนังที่อยู่บนสุดของ epidermis (หนังกำพร้า) มันบางมากๆ แต่สำคัญเหมือน “ประตูด่านหน้า” ของร่างกายเลย ประกอบไปด้วยเซลล์ผิวที่ตายแล้ว (corneocytes) เหมือนแผ่นอิฐ, ไขมันระหว่างเซลล์ (lipid matrix) ทำหน้าที่เหมือนปูนที่คอยเชื่อมอิฐให้ติดกัน พอรวมกันแล้ว มันก็กลายเป็น “กำแพงผิว” (skin barrier) ที่มีหน้าที่หลัก 2 อย่างคือ กันน้ำในร่างกายไม่ให้ระเหยออก ถ้าเสียสมดุล ผิวก็จะแห้งแตกง่าย , กันสิ่งแปลกปลอมข้างนอกเข้าไม่ได้ เช่น แบคทีเรีย ฝุ่น สารเคมี เวลาเฮียทาน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ไขมันจากน้ำมันจะเข้าไปเติมในช่องว่างของ Stratum corneum ทำให้กำแพงนี้แข็งแรงขึ้น เหมือนเราเอาปูนคุณภาพดีมาโปะกำแพงอิฐให้แน่นกว่าเดิม เพราะฉะนั้น Stratum corneum ถึงจะเป็นเพียง “ชั้นขี้ไคล” ที่เรามองข้าม แต่จริงๆ คือหัวใจของสุขภาพผิวเลย น้ำมันมะพร้าวทำให้ผิวกักเก็บน้ำได้ดีขึ้น ไม่แห้งหรือกร้านเร็ว -ต้านเชื้อจุลินทรีย์ ลาอูริก (Lauric acid) และ คาปริลิก (Caprylic acid) มีคุณสมบัติลดการเจริญของแบคทีเรียและเชื้อราเล็กๆ ตามธรรมชาติที่มักก่อให้เกิดผดหรือสิวหลังโดนแดดจัด -ลด ROS เล็กน้อย โพลีฟีนอลและวิตามินอีช่วยเป็นกันชน ทำให้ปฏิกิริยาที่เกิดจากแดดไม่รุนแรงเกินไป

คำถามที่มักถามกันประจำคือ ทาก่อน หรือ ทาหลัง คือบอกอย่างนี้แล้วกันครับ

ทาก่อนตากแดด = เตรียมผิวให้พร้อมรับของขวัญ

ถ้าเฮียทาน้ำมันมะพร้าวก่อนออกแดด มันจะช่วยให้ผิวพร้อมรับแสงโดยไม่สูญเสียน้ำเกินไป แสงแดดก็ยังทำงานตามธรรมชาติ กระตุ้นวิตามิน D ได้เต็มที่

นี่เป็นเหตุผลที่เฮียมักจะบอกว่าไม่แนะนำครีมกันแดด SPF เพราะมันเป็นเคมีและบล็อกทุกอย่าง แต่แนะนำให้ใช้น้ำมันมะพร้าวเพราะน้ำมันมะพร้าวไม่ใช่ครีมกันแดด มันไม่ได้บล็อก UV มันกลับทำหน้าที่เหมือนเป็นเหมือนการทา primer บางๆ ให้ผิวมีฐานที่แข็งแรง ช่วยให้ร่างกายรับแดดได้อย่าง “สมดุล” คือแดดเข้าได้ แต่ผิวไม่แห้งกร้านจนเกินไป เหมือนเราเปิดหน้าต่างรับแสง แต่ยังมีผ้าม่านบางๆ กันฝุ่น เวลาแดดตกกระทบก็ยังทำงานกับร่างกายได้โดยไม่ทำให้ผิวแห้งกรอบ

ทำความเข้าใจตรงกันก่อนนะครับว่า น้ำมันมะพร้าวจะทำหน้าที่คล้าย “เกราะชั้นนอก” ช่วยให้ผิวไม่เสียความชุ่มชื้นเร็วเกินไป และไขมันยังไปแทรกในชั้น Stratum corneum ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น พอแดดกระทบก็เหมือนเราเปิด “โรงงานผลิตวิตามิน D” ได้เต็มที่ แต่โรงงานไม่ไหม้เสียหายง่าย

หลายคนสังเกตว่าเวลาทาน้ำมันมะพร้าวก่อนตากแดด ผิวจะออกแทนเนียนๆ ไม่ด่าง ไม่เป็นผื่น ผิวดูโกลว์เหมือนผิวทะเลใต้

ทาหลังตากแดด = เยียวยาและกักเก็บ

หลังจากตากแดดเสร็จ ผิวจะเหมือนผ่านการออกกำลังกาย ต้องการการฟื้นตัว น้ำมันมะพร้าวทำหน้าที่เหมือนการให้น้ำเกลือผิวหนัง recovery ได้ทันที มันช่วยคืนความชุ่มชื้น ลดการลอกแตกเล็กๆ และทำให้ผิวแทนสวยคงอยู่

ในทางชีวเคมี กรดไขมันสายกลางเข้าไปช่วยลดการอักเสบเล็กๆ (subclinical inflammation) ที่เกิดจากความร้อนแดด พร้อมทั้งเติมความชุ่มชื้นให้ผิวกลับมา ผิวจะไม่ลอกหรือแตกง่าย สร้างชั้นเคลือบที่กักเก็บน้ำในผิวให้นานขึ้น คนที่ทาหลังแดดจึงแทบไม่ค่อยมีอาการผิวลอกหรือแสบ

นอกจากนี้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำมันมะพร้าวยังช่วยผ่อนคลายระบบประสาท คล้าย aromatherapy ทำให้การตากแดดไม่ใช่แค่เรื่องร่างกาย แต่ยังต่อเนื่องไปถึงอารมณ์ด้วย

ไหนๆแล้วงั้นพูดเรื่องความงามจากแดด + น้ำมันมะพร้าวเลยแถมให้ครับ

ผิวที่โดนแดดโดยมีน้ำมันมะพร้าวเป็นเพื่อน จะมีความเงา ฉ่ำเป็นประกาย สุขภาพดี เวลามองเห็นผิวสะท้อนแดดออกมา เรียกว่า “Golden Glow” ที่ใครๆ อยากได้โดยไม่ต้องไปใช้ไฟในสตูดิโอหรือฟิลเตอร์ติ๊กตอกใดๆ

อีกอย่างคือน้ำมันมะพร้าว ช่วยลดผดเม็ดเล็กๆ (ผดแดด) ที่มักขึ้นหลังตากแดด ทำให้ผิวดูเรียบเนียนกว่า

เฮียอยากเน้นว่าการตากแดดไม่ใช่การเสี่ยง แต่คือการคืนร่างกายสู่ธรรมชาติ เราไม่จำเป็นต้องกลัวว่าแดดทำให้แก่หรือเสียผิวเสมอไป ถ้าเราตากอย่างเข้าใจ คือเลือกแดดอ่อน–แดดเช้า–แดดบ่ายแก่ๆ และฟังร่างกายของเราเอง

น้ำมันมะพร้าวจึงไม่ใช่การกีดกันรังสีที่มีประโยชน์ แต่เป็นการช่วยผิวให้ “ไปเล่นกับพระอาทิตย์” อย่างสนุกมากขึ้น

การทาน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ก่อนและหลังตากแดด เหมือนเรามีคู่หูประจำการตากแดด “เสริมเกราะและเยียวยา” ด้านหนึ่งคือชีวเคมีที่ได้สมดุลระหว่างการสร้างวิตามิน D กับการลดการสูญเสียน้ำ อีกด้านคือความงามที่ได้ผิวฉ่ำ โกลว์ และเรียบเนียน

แดดคือครูเก่าแก่ น้ำมันมะพร้าวคือเพื่อนใหม่ เมื่อสองสิ่งนี้จับมือกัน ร่างกายเราจะได้ประโยชน์ทั้งภายในและภายนอก โดยไม่ต้องพึ่งครีมแพงๆ หรือวิตามินเม็ด

พูดง่ายๆ เฮียว่ามันคือการกลับไปอยู่กับธรรมชาติ ในแบบที่ยังคงความงดงามเอาไว้เต็มเปี่ยม

Happy Sunday ครับ

เปิดวาร์ปน้ำมันมะพร้าว agrilife มีโรงงานเองครับ ผมเห็นเอกสารแล้วและเช็คการรับรอง organic สากลเรียบร้อย https://s.shopee.co.th/qZY9uAqH2

#SundaySpecialเราจะไปเป็นหมูแดดเดียว #pirateketo #กูต้องรู้มั๊ย #ม้วนหางสิลูก #siamstr


Write a comment
No comments yet.