EPISODE 8: The Global Foundation (2005–2010) ตอนที่ 1 Licensing the Profession
(การผูกขาดวิชาชีพโภชนาการผ่านกฎหมายของรัฐ)
เอกสารที่ถูกนำมาอ้างถึงในศาลของรัฐนอร์ทแคโรไลนาเมื่อปี 2009 คือพระราชบัญญัติ North Carolina Dietetics/Nutrition Practice Act กำหนดชัดเจนว่าบุคคลใดที่ให้คำปรึกษาด้านโภชนาการแก่สาธารณชนโดยไม่มีใบอนุญาตถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย มีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา ข้อความในมาตรา 90-352 ของกฎหมายดังกล่าวระบุว่า “ห้ามผู้ใดประกอบอาชีพในสาขาโภชนาการเว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ Dietetics/Nutrition ของรัฐ” นี่ไม่ใช่เอกสารที่ปรากฏเพียงในนอร์ทแคโรไลนา แต่สะท้อนโครงสร้างทางกฎหมายที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐกำลังทยอยรับรองในช่วงทศวรรษ 2000 และทั้งหมดนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการขยายบทบาทของ American Dietetic Association (ADA) ซึ่ง Lenna Cooper เป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานไว้ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20
Lenna Frances Cooper อดีตผู้ช่วยใกล้ชิดของ John Harvey Kellogg ที่ Battle Creek Sanitarium ได้กลายเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ADA ในปี 1917 ร่วมกับกลุ่มนักกำหนดอาหารกลุ่มเล็ก ๆ เอกสารของ ADA ที่เผยแพร่ในวาระครบรอบ 90 ปี ระบุชื่อเธอไว้เป็น “First President” ขององค์กร การที่สตรีคนหนึ่งซึ่งมาจากรากฐาน Adventist health reform จะสามารถวางหลักวิชาชีพใหม่จนกลายเป็นสถาบันระดับชาติสะท้อนกลไกการสืบทอดที่ค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นในร้อยปีต่อมา
ในปี 2005 ADA มีสมาชิกกว่า 70,000 คน กระจายอยู่ทุกมลรัฐ และได้อำนาจทางกฎหมายโดยตรงผ่านการล็อบบี้ให้เกิด “Licensure laws” ซึ่งบังคับว่าผู้ที่จะให้คำปรึกษาด้านโภชนาการในสหรัฐต้องเป็น Registered Dietitian (RD) ที่ผ่านการรับรองของ ADA เท่านั้น ข้อมูลจาก IRS Form 990 ของ ADA ปี 2007 แสดงรายได้กว่า 30 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้หลักมาจากค่าธรรมเนียมการสอบ การอบรม และค่าสมาชิก ข้อมูลนี้ยืนยันว่าจุดแข็งของ ADA ไม่ได้อยู่เพียงในเชิงวิชาการ หากแต่รวมถึงโครงสร้างทางการเงินที่ทำให้การผูกขาดวิชาชีพกลายเป็นไปได้จริง
ประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในช่วงปลายทศวรรษ 2000 คือคดีที่ผู้ให้คำปรึกษาด้านโภชนาการรายย่อยถูกฟ้องในหลายรัฐ บางคนเพียงสอนวิธีลดน้ำหนักตามประสบการณ์ส่วนตัว แต่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายวิชาชีพ เอกสารบันทึกของ Institute for Justice ซึ่งทำหน้าที่ว่าความคดีท้าทายกฎหมายเหล่านี้ ระบุว่าการออกแบบระบบกฎหมายแบบนี้มีผลให้เกิด “การผูกขาดโดยรัฐที่ให้สิทธิพิเศษกับ ADA และผู้ที่ผ่านระบบของสมาคมเท่านั้น”
ในเชิงโครงสร้าง SDA Thread เริ่มปรากฏชัดที่นี่ เมื่อ Lenna Cooper เคยทำงานใน Battle Creek Sanitarium และรับเอาแนวคิด vegetarian diet ที่สอดคล้องกับ SDA ได้เป็นผู้ก่อตั้ง ADA องค์กรที่ต่อมากำหนดมาตรฐานวิชาชีพและใบอนุญาตระดับชาติ สิ่งที่เป็นเพียงความเชื่อด้านสุขภาพของกลุ่มศาสนาในศตวรรษที่ 19 จึงได้รับการสถาปนาให้เป็นกฎหมายบังคับใช้กับทั้งประเทศในศตวรรษที่ 21
เมื่อพิจารณาบริบททางเศรษฐกิจหลังยุคเงิน fiat รัฐบาลกลางและรัฐต่างๆ สามารถขยายโครงสร้างการกำกับดูแลได้โดยไม่ต้องกังวลกับข้อจำกัดทางการเงินแบบเดิม ค่าใช้จ่ายในการตั้งคณะกรรมการออกใบอนุญาต การบังคับใช้กฎหมาย และการตรวจสอบจึงสามารถกระจายไปทั่วสหรัฐได้ในเวลาไม่กี่สิบปี สิ่งนี้ทำให้การขยายอำนาจของ ADA ไม่ได้ถูกหยุดยั้งด้วยปัญหาทรัพยากร รัฐมี “เงินใหม่” ที่สามารถทุ่มให้กับการสร้างโครงสร้างวิชาชีพเหล่านี้
ขณะเดียวกัน บทบาทของ ADA ก็ขยายเกินกว่าเพียงการควบคุมวิชาชีพในประเทศ เอกสารประชุม International Confederation of Dietetic Associations (ICDA) ปี 2008 บันทึกชื่อ ADA ในฐานะสมาชิกหลัก และรายงานว่า ADA เป็นผู้นำในการร่างมาตรฐานการศึกษาด้านโภชนาการเพื่อใช้เป็นแนวทางสากล การยกแนวทางของ ADA ไปเป็น “Global template” สะท้อนการก้าวข้ามพรมแดนจากระบบกฎหมายในสหรัฐไปสู่กรอบสถาบันระดับโลก
ในตอนต้นทศวรรษ 2000 จึงเกิดสภาพการณ์ใหม่: ความเชื่อที่ถือกำเนิดจากชุมชนศาสนาเล็ก ๆ ในรัฐมิชิแกน กลายเป็นกรอบทางกฎหมายที่มีผลบังคับใช้กับผู้ประกอบวิชาชีพโภชนาการทั้งประเทศ และในเวลาไม่นานก็ถูกผลักดันขึ้นสู่เวทีนานาชาติ
#pirateketo #กูต้องรู้มั๊ย #ม้วนหางสิลูก #siamstr #ThePlantBasedEmpire
=====================
🍫 บราวนีทางเลือก จาก ตำรับเอ๋ 🍫
https://www.facebook.com/share/p/1Euxc7S6fE
ทางเลือกของคนจำกัดคาร์โบไฮเดรต
Write a comment