EP7: The Environmental Turn (1990–2005) ตอนที่ 3 – เครือข่าย ศรัทธา และเงาสะท้อนของปศุสัตว์

เมื่อสุขภาพกลายมาเป็นการเมือง
EP7: The Environmental Turn (1990–2005)
ตอนที่ 3 – เครือข่าย ศรัทธา และเงาสะท้อนของปศุสัตว์

ในช่วงเปลี่ยนผ่านสหัสวรรษ ขณะที่โลกกำลังถกเถียงเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความล้มเหลวของพันธะสัญญาเกียวโต ขบวนการอาหารพืชก็ได้รับพลังใหม่จากการที่ประเด็นสิ่งแวดล้อมถูกใช้เป็นกรอบอธิบายหลัก สื่อและ NGO ไม่ได้พูดถึงสุขภาพหัวใจหรืออัตราการเสียชีวิตของคนกินเนื้ออีกต่อไป แต่ย้ายไปสู่คำถามว่า การผลิตและการบริโภคเนื้อสัตว์ส่งผลต่อความอยู่รอดของโลกหรือไม่ ในบรรยากาศที่ทุกฝ่ายพยายามมองหาวิธีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Narrative “Plant-based for the planet” จึงกลายเป็นคำขวัญที่ทรงพลัง และได้รับความสนใจในทุกระดับ ตั้งแต่ห้องเรียน มหาวิทยาลัย จนถึงห้องประชุมของสหประชาชาติ

ในบรรดาเครือข่ายที่ปรับตัวเข้าสู่กระแสนี้ Seventh-Day Adventists แสดงให้เห็นถึงการใช้โครงสร้างที่สร้างมานานเพื่อเชื่อมเข้ากับประเด็นใหม่ งานวิจัยจาก Loma Linda University ในช่วงต้นทศวรรษ 2000s หลายชิ้นเริ่มตีความอาหารมังสวิรัติในเชิง “sustainability” มากกว่าการแพทย์เพียงอย่างเดียว มีการเปรียบเทียบผลกระทบต่อ land use และ ecological footprint ระหว่างผู้บริโภคอาหารพืชกับผู้บริโภคเนื้อสัตว์ การขยับเช่นนี้ไม่ใช่การริเริ่มที่แตกต่างจากโลกภายนอก แต่เป็นการสอดแทรก narrative ที่สถาบัน SDA มีความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถืออยู่แล้วลงในกรอบสิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นที่นิยมในเวทีโลก ผลลัพธ์คือการยืนยันว่าการละเว้นเนื้อสัตว์ไม่เพียงช่วยสุขภาพส่วนบุคคล แต่ยังช่วยโลกทั้งใบ

กระแสนี้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสให้การอุดหนุนและการรณรงค์ระดับโลกขยายตัวได้เต็มที่ หลังปี 1971 ที่สหรัฐอเมริกาเข้าสู่ระบบเงิน fiat รัฐบาลต่าง ๆ มีความยืดหยุ่นในการใช้งบประมาณมากขึ้นและสามารถสนับสนุนโครงการสิ่งแวดล้อมหรือวิจัยข้ามชาติที่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลโดยไม่ต้องกังวลต่อกรอบทองคำ การประชุมอย่าง Earth Summit หรือโครงการ UNFCCC สามารถเกิดขึ้นได้ซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะมีฐานการเงินจากรัฐที่ไม่ถูกจำกัด การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจนี้จึงเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการเติบโตของ narrative สิ่งแวดล้อม และขบวนการอาหารพืชที่มีเครือข่ายทางศาสนาและวิชาชีพอยู่แล้วก็พร้อมจะหยั่งรากลงทันที

เมื่อ FAO เผยแพร่รายงาน Livestock’s Long Shadow ในปี 2006 ผลสะเทือนที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงเพราะตัวเลข 18% เท่านั้น หากเพราะสังคมโลกได้ผ่านการเตรียมการมานานกว่าทศวรรษ ตัวเลขดังกล่าวถูกยกไปเป็นพาดหัวข่าวว่าเนื้อสัตว์สร้างก๊าซเรือนกระจกมากกว่ารถยนต์ แม้ภายหลังจะมีนักวิชาการโต้แย้งว่าการเปรียบเทียบไม่ถูกต้อง แต่ภาพจำนี้กลับฝังรากลึกจนแทบจะไม่มีใครย้อนกลับไปถามถึงวิธีการคำนวณ ความจริงทางวิทยาศาสตร์ถูกกลบด้วยพลังของ framing และการขยายผลทางสื่อ ขณะที่ขบวนการอาหารพืชใช้โอกาสนี้ตอกย้ำว่าการละเว้นเนื้อสัตว์เป็นการกระทำที่ไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพแต่ยังช่วยโลกจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ

สำหรับ Seventh-Day Adventists การมาถึงของรายงาน FAO คือการยืนยันว่าความพยายามตลอดศตวรรษที่ผ่านมาได้รับการรองรับด้วยเหตุผลใหม่ที่มีพลังมากกว่าเดิม จากศรัทธาสู่สุขภาพ และจากสุขภาพสู่สิ่งแวดล้อม ข้อเสนอเรื่องอาหารพืชเดินทางไกลจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายโลก โครงสร้างที่ SDA ปลูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ได้พิสูจน์ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับทุกยุคสมัย โดยไม่จำเป็นต้องยกธงนำ แต่สามารถเชื่อมโยงและขยายผลผ่านเครือข่ายสถาบันที่มีอยู่แล้ว

เมื่อปิดฉากทศวรรษ 1990s และต้นทศวรรษ 2000s จึงปรากฏภาพใหม่ชัดเจนว่า อาหารพืชไม่ใช่เพียงทางเลือกด้านสุขภาพหรือข้อบังคับทางศาสนา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเมืองสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวพันกับอนาคตของโลกทั้งใบ และเมื่อเงาของปศุสัตว์ถูกขยายใหญ่ด้วยตัวเลขจากรายงาน FAO โลกก็เข้าสู่ยุคที่การกินพืชถูกเสนอให้เป็นคำตอบต่อวิกฤติสภาพภูมิอากาศโดยสมบูรณ์

#pirateketo #กูต้องรู้มั๊ย #ม้วนหางสิลูก #siamstr #ThePlantBasedEmpire

=====================

🍫 บราวนีทางเลือก จาก ตำรับเอ๋ 🍫

https://www.facebook.com/share/p/1Euxc7S6fE

ทางเลือกของคนจำกัดคาร์โบไฮเดรต


Write a comment
No comments yet.