The Triangle Trap Episode 1: The Swedish Crisis

จากวิกฤตเศรษฐกิจสู่นวัตกรรมภาพ (1972-1977)
The Triangle Trap
Episode 1: The Swedish Crisis

ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 ประเทศสวีเดนเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ไม่เคยมีมาก่อน ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนประชาชนเริ่มไม่สามารถซื้อของกินได้ตามปกติ สถานการณ์เลวร้ายจนรัฐบาลสวีเดนต้องรีบหาทางออกเพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้ในราคาที่ไม่แพง

สิ่งที่เกิดขึ้นในสวีเดนในช่วงเวลานั้นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงวิธีการกินของคนทั่วโลก แม้ว่าผู้ที่สร้างมันจะไม่เคยคิดว่าสิ่งที่พวกเขาคิดค้นขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจะกลายเป็นแบบแผนที่โลกจะปฏิบัติตามมาจนถึงปัจจุบัน

การติดตามเอกสารจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติสวีเดนเผยให้เห็นว่าในช่วงต้นทศวรรษ 1970 คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติสวีเดน (Swedish National Board of Health and Welfare) ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้หาวิธีช่วยประชาชนเลือกซื้ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการในราคาที่เข้าถึงได้

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเริ่มต้นด้วยแนวคิดเรื่องการแบ่งอาหารออกเป็น “basic foods” (อาหารพื้นฐาน) และ “supplementary foods” (อาหารเสริม) เพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่าอาหารใดสำคัญต่อการดำรงชีวิตและอาหารใดเป็นการเสริมเพิ่มเติม

แต่การสื่อสารด้วยคำศัพท์เหล่านี้ยังไม่ได้ผล ประชาชนยังคงสับสนเรื่องการเลือกซื้ออาหาร

Anna-Britt Agnsäter นักโภชนาการที่ทำงานให้กับคณะกรรมการจึงได้คิดค้นวิธีการสื่อสารใหม่ เธอต่อยอดจากแนวคิด basic และ supplementary foods ที่มีอยู่แล้ว แล้วพัฒนาเป็นรูปแบบภาพที่เข้าใจได้ง่ายกว่า dietary circle (วงกลมอาหาร) ที่รัฐบาลใช้อยู่ในขณะนั้น

ตามบันทึกการประชุมของคณะกรรมการที่เก็บไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติสวีเดน Agnsäter ได้นำเสนอแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ปฏิวัติ โดยการใช้รูปแบบพีรามิดแทนคำอธิบายยาวๆ เกี่ยวกับโภชนาการ

เธออธิบายในรายงานที่ยื่นต่อคณะกรรมการว่า “ประชาชนสวีเดนส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านคู่มือโภชนาการที่ยาวหลายหน้า แต่พวกเขาสามารถเข้าใจภาพได้ทันที”

สิ่งที่ Agnsäter คิดค้นขึ้นมาคือรูปแบบพีรามิดที่แบ่งอาหารออกเป็นชั้นๆ โดยอาหารที่ควรกินมากที่สุดอยู่ที่ฐานของพีรามิด และอาหารที่ควรกินน้อยที่สุดอยู่ที่ยอดของพีรามิด

การตรวจสอบเอกสารต้นฉบับของ Agnsäter เผยให้เห็นว่าปิรามิดอาหารสวีเดนฉบับแรกถูกออกแบบด้วยเป้าหมายทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อสุขภาพหรือการป้องกันโรคอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจกันในปัจจุบัน

ในรายงานฉบับเดิมที่ยื่นต่อรัฐบาลสวีเดน Agnsäter ระบุชัดเจนว่า “เป้าหมายหลักคือการให้ประชาชนได้รับสารอาหารที่จำเป็นในราคาที่เข้าถึงได้” เธอไม่ได้พูดถึงการลดน้ำหนักหรือการป้องกันโรคแต่อย่างใด

การวิเคราะห์โครงสร้างของปิรามิดสวีเดนต้นฉบับแสดงให้เห็นหลักการทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน:

-ฐานของปิรามิด วางไว้ที่อาหารพื้นฐาน (basic foods) ได้แก่ ธัญพีช มันฝรั่ง ขนมปัง ผลิตภัณฑ์นม ชีส และมาร์การีน อาหารเหล่านี้ให้พลังงานและสารอาหารสำคัญในราคาที่เข้าถึงได้ -ชั้นกลาง เป็นอาหารเสริม (supplementary foods) ได้แก่ ผักและผลไม้ที่ปลูกในท้องถิ่น ซึ่งเสริมวิตามินและเกลือแร่ -ยอดปิรามิด เป็นเนื้อสัตว์ ปลา และไข่ ซึ่งเป็นอาหารที่มีราคาแพงที่สุดในช่วงวิกฤตนั้น การจัดเรียงนี้สะท้อนความเป็นจริงทางเศรษฐกิจของสวีเดนในยุคนั้น ไม่ใช่แนวคิดเรื่องสุขภาพอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดกันในภายหลัง

เพื่อให้เข้าใจถึงที่มาของปิรามิดอาหาร จำเป็นต้องย้อนกลับไปดูสภาพเศรษฐกิจสวีเดนในช่วงต้นทศวรรษ 1970

ตามรายงานของธนาคารกลางสวีเดน (Sveriges Riksbank) อัตราเงินเฟ้อของสวีเดนในช่วงต้นทศวรรษ 1970 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ราคาอาหารโดยเฉพาะเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นำเข้าเพิ่มขึ้นเร็วกว่าสินค้าอื่นๆ

สถิติจากสำนักงานสถิติแห่งชาติสวีเดนแสดงให้เห็นว่าในช่วงต้นทศวรรษ 1970 ครัวเรือนสวีเดนต้องใช้สัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นไปกับการซื้ออาหาร

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของค่าใช้จ่ายด้านอาหารทำให้รัฐบาลสวีเดนกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง เพราะการกินเป็นเรื่องที่กระทบทุกครอบครัว

นี่คือสภาพแวดล้อมที่ทำให้รัฐบาลสวีเดนต้องการเครื่องมือในการให้คำแนะนำประชาชนเรื่องการเลือกซื้ออาหารที่คุ้มค่า ไม่ใช่การสร้างมาตรฐานโภชนาการสากล

เอกสารจากการประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติสวีเดนในช่วงกลางปี 1972 บันทึกไว้ว่า Agnsäter ได้นำเสนอร่างแรกของปิรามิดอาหารต่อที่ประชุม

รายงานการประชุมระบุว่าสมาชิกคณะกรรมการมีความเห็นว่า “รูปแบบพีรามิดช่วยให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายกว่าการอธิบายด้วยตัวเลขและคำพูดยาวๆ”

สิ่งที่น่าสนใจคือในการประชุมครั้งนั้น ไม่มีการพูดถึงเรื่องโรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือปัญหาสุขภาพใดๆ เลย การอภิปรายทั้งหมดหมุนรอบเรื่องราคาอาหารและการเข้าถึงสารอาหารที่จำเป็น การตัดสินใจเลือกใช้รูปแบบพีรามิดแทนรูปแบบอื่น เช่น วงกลมหรือสี่เหลี่ยม เกิดจากเหตุผลที่เรียบง่าย พีรามิดสื่อความหมายเรื่องปริมาณได้ชัดเจนที่สุด

ฐานที่กว้างแสดงถึงสิ่งที่ควรกินมาก ยอดที่แคบแสดงถึงสิ่งที่ควรกินน้อย คนสามัญที่ไม่มีความรู้เรื่องโภชนาการสามารถเข้าใจได้ทันที

แต่ปิรามิดยังไม่ได้ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะในทันที คณะกรรมการต้องการทดสอบประสิทธิภาพก่อน

เอกสารจากสำนักงานสาธารณสุขสวีเดนแสดงให้เห็นว่าปิรามิดอาหารได้รับการทดสอบกับประชาชนสวีเดนก่อนเผยแพร่อย่างเป็นทางการ

ในช่วงปี 1972-1973 คณะกรรมการได้จัดให้มีการสำรวจความเข้าใจของประชาชนในเมืองหลักของสวีเดน

ผลการสำรวจที่ปรากฏในรายงานแสดงให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่สามารถเข้าใจแนวคิดของปิรามิดได้รวดเร็วกว่าการอ่านคำแนะนำแบบข้อความมาก

ความสำเร็จของการทดสอบนี้ทำให้รัฐบาลสวีเดนตัดสินใจเผยแพร่ปิรามิดอาหารครั้งแรกสู่สาธารณะในปี 1974 ผ่านทางนิตยสาร Vi ของสหกรณ์ผู้บริโภค KF (Kooperativa Förbundet) การเผยแพร่และผลกระทบในสวีเดน

รายงานจากกระทรวงสาธารณสุขสวีเดนแสดงให้เห็นว่าปิรามิดอาหารได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนสวีเดนหลังจากการเผยแพร่ในปี 1974

ในปีถัดมา การสำรวจแสดงให้เห็นว่าครัวเรือนสวีเดนเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการซื้ออาหารตามคำแนะนำของปิรามิด การซื้อธัญพืช มันฝรั่ง และขนมปังเพิ่มขึ้น ขณะที่การซื้อเนื้อสัตว์ลดลง

สิ่งที่สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการลดน้ำหนักหรือเพื่อสุขภาพ แต่เกิดจากความต้องการประหยัดค่าอาหารและได้รับสารอาหารครบถ้วนในราคาที่เข้าถึงได้

รายงานของสำนักงานสถิติสวีเดนแสดงให้เห็นว่าในปีถัดมา สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านอาหารของครัวเรือนสวีเดนลดลงจากเดิม

การลดลงของค่าใช้จ่ายนี้ไม่ได้เกิดจากการที่อาหารถูกลง แต่เกิดจากการที่ประชาชนเลือกซื้ออาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการมากกว่าในราคาที่จ่ายได้

ในขณะเดียวกันที่สวีเดนกำลังทดลองใช้ปิรามิดอาหารเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทางอเมริกาก็กำลังเผชิญกับปัญหาอื่นที่เกี่ยวกับอาหารในทำนองเดียวกัน

จากที่เราได้เห็นในบทก่อนหน้า George McGovern และคณะกรรมการโภชนาการของวุฒิสภาอเมริกันกำลังพยายามหาทางแก้ปัญหาสุขภาพของคนอเมริกันผ่านการเปลี่ยนแปลงวิธีการกิน McGovern Report ที่เผยแพร่ในปี 1977 มีข้อเสนอแนะที่ใกล้เคียงกับปิรามิดสวีเดน: ให้กินธัญพืชเป็นหลัก ลดเนื้อสัตว์และไขมัน

แต่สิ่งที่แตกต่างคือเป้าหมาย McGovern ต้องการแก้ปัญหาสุขภาพ ขณะที่สวีเดนต้องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

การที่ทั้งสองประเทศมาออกคำแนะนำที่คล้ายกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แม้จะมีเป้าหมายต่างกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผสมผสานแนวคิดทั้งสองเข้าด้วยกัน

เอกสารจากสหภาพยุโรปแสดงให้เห็นว่าปิรามิดอาหารสวีเดนได้รับความสนใจจากประเทศอื่นๆ ในยุโรปอย่างรวดเร็ว

ในช่วงกลางทศวรรษ 1970 ฟินแลนด์เป็นประเทศแรกที่นำปิรามิดอาหารแบบสวีเดนไปปรับใช้ ตามด้วยนอร์เวย์และเดนมาร์กในระยะเวลาไม่นาน

การวิเคราะห์เอกสารจากประเทศเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าทุกประเทศมีเหตุผลคล้ายกันในการนำปิรามิดไปใช้: เพื่อช่วยประชาชนเลือกซื้ออาหารที่คุ้มค่าในช่วงที่เศรษฐกิจยากลำบาก

ที่น่าสนใจคือแต่ละประเทศได้ปรับปิรามิดให้เข้ากับอาหารท้องถิ่น ฟินแลนด์เน้นปลาและเบอร์รี่ นอร์เวย์เน้นปลาและน้ำมันปลา เดนมาร์กเน้นผลิตภัณฑ์นมและเนื้อหมู

การปรับแต่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าปิรามิดในยุคนั้นยังคงเป็นเครื่องมือที่ยืดหยุ่นตามบริบทของแต่ละประเทศ ยังไม่ได้กลายเป็นสูตรสำเร็จแบบเดียวกันทั่วโลกอย่างในปัจจุบัน

สิ่งที่ Anna-Britt Agnsäter และคณะงานสวีเดนไม่รู้ในขณะนั้นคือการที่พวกเขาคิดค้นปิรามิดอาหารขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจชั่วคราวจะกลายเป็นพื้นฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลงวิธีการกินของโลกในทศวรรษต่อมา

ความเรียบง่ายของภาพพีรามิดที่ทำให้ประชาชนสวีเดนเข้าใจได้ง่ายจะกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้แนวคิดนี้แพร่กระจายไปทั่วโลก

แต่ในขณะเดียวกัน ความเรียบง่ายนี้เองจะกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ปิรามิดถูกบิดเบือนและใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่เคยตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก

เมื่อแนวคิดปิรามิดอาหารออกจากสวีเดนและเดินทางข้ามมหาสมุด สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่เป็นไปตามที่ Agnsäter คาดหวัง

ในทศวรรษถัดไป ปิรามิดอาหารจะกลายเป็นสนามรบของอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องมือทางการเมือง และการทดลองด้านสุขภาพที่จะส่งผลกระทบต่อคนนับพันล้านคนทั่วโลก

การเดินทางของปิรามิดอาหารจากเครื่องมือเศรษฐกิจง่ายๆ ในสวีเดนไปสู่การกลายเป็นเครื่องมือสร้างอิทธิพลระดับโลกนั้น เป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นว่าแนวคิดดีๆ สามารถถูกบิดเบือนได้อย่างไรเมื่อมันตกไปอยู่ในมือที่ผิด

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอเมริกาในทศวรรษ 1980s จะเปลี่ยนปิรามิดจากเครื่องมือช่วยเหลือประชาชนให้กลายเป็นอาวุธที่ใช้ต่อสู้กับประชาชนเอง

ในตอนต่อไป เราจะติดตามการเดินทางของปิรามิดอาหารจากยุโรปไปสู่อเมริกา และดูว่าเมื่อแนวคิดเรียบง่ายจากสวีเดนมาพบกับความซับซ้อนของระบบการเมืองและอุตสaหกรรมอเมริกัน จะเกิดอะไรขึ้นกับเจตนาดีเดิมของ Anna-Britt Agnsäter

///// บราวนีทางเลือก จาก ตำรับเอ๋ ///// https://www.facebook.com/share/p/1Euxc7S6fE ทางเลือกของคนจำกัดคาร์โบไฮเดรต

#pirateketo #กูต้องรู้มั๊ย #ม้วนหางสิลูก #siamstr #TheTriangleTrap


Write a comment
No comments yet.