The Triangle Trap EP 2: The American Translation (1977–1990)

เมื่ออเมริการู้ว่า การนำเสนอด้วยภาพ เข้าใจง่ายกว่า
The Triangle Trap
EP 2: The American Translation (1977–1990)

เมื่อปี 1980 กระทรวงเกษตรอเมริกา (USDA) ได้เผยแพร่เอกสาร Nutrition and Your Health: Dietary Guidelines for Americans ฉบับแรก ซึ่งเป็นการแปลงแนวคิดจากเอกสาร Dietary Goals for the United States ของ McGovern Committee ให้กลายเป็นคำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับประชาชนทั่วไป เอกสารดังกล่าวมีความยาว 20 หน้า ประกอบด้วยคำแนะนำ 7 ข้อในรูปแบบข้อความล้วนโดยไม่มีภาพประกอบหรือเครื่องมือช่วยจำใด ๆ

แม้เอกสารจะมีจุดมุ่งหมายดี แต่ลักษณะการนำเสนอที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยข้อความทำให้ยากต่อการเข้าถึงของประชาชนทั่วไป ตัวอย่างเช่น ข้อแนะนำเรื่องไขมันที่เขียนว่า “หลีกเลี่ยงไขมันมากเกินไป ไขมันอิ่มตัว และคอเลสเตอรอล” โดยไม่มีภาพอธิบายว่าอาหารชนิดใดอยู่ในกลุ่มนี้ ส่งผลให้ผู้อ่านต้องตีความเองว่าควรกินอะไรในปริมาณเท่าไร

แนวคิดการออกแบบเครื่องมือสื่อสารด้วยภาพจึงเริ่มต้นขึ้นจากปัญหาการเข้าถึงนี้เอง โดยในช่วงกลางทศวรรษ 1980 USDA ได้พัฒนา Food Wheel เป็นเครื่องมือภาพแรกในการสื่อสารโภชนาการ Food Wheel แบ่งอาหารออกเป็น 4 กลุ่มหลักโดยใช้รูปทรงวงกลมและแบ่งส่วนเท่า ๆ กันเพื่อสื่อว่าควรกินอาหารทุกกลุ่มอย่างสมดุล

แนวคิดการออกแบบ Food Wheel ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่เกิดขึ้นจากแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เมื่อเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรเริ่มตระหนักว่าคำแนะนำโภชนาการแบบข้อความล้วนตามแบบ Dietary Guidelines ฉบับปี 1980 ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มประชากรที่มีความรู้หลากหลายได้อย่างเท่าเทียม หลายคนไม่สามารถเข้าใจศัพท์เทคนิคหรือแนวคิดเชิงโภชนาการที่ซับซ้อน เช่น “ไขมันอิ่มตัว” หรือ “คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน” ได้ด้วยการอ่านอย่างเดียว เอกสารภายในของ USDA บางฉบับแสดงให้เห็นว่าการเข้าถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ไม่มีพื้นฐานการศึกษาเป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาเครื่องมือแบบ visual

ในขณะเดียวกัน บรรดาสื่อมวลชนก็เริ่มสนใจเรื่องสุขภาพและโภชนาการมากขึ้น สำนักข่าวใหญ่ เช่น New York Times และ Washington Post เริ่มตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับ “อาหารกับโรคหัวใจ” อย่างต่อเนื่อง โดยมักอ้างอิงจากคำแนะนำของหน่วยงานรัฐ แม้ข้อมูลจะยังใหม่และถกเถียงได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อได้รับการนำเสนอผ่านสื่อที่เข้าถึงผู้คนนับล้าน แนวทางเหล่านี้จึงกลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ของการบริโภคอาหารโดยปริยาย ในบริบทนี้ การมีเครื่องมือภาพที่สามารถสื่อสารกับทั้งสื่อมวลชนและประชาชนจึงยิ่งกลายเป็นความจำเป็น

อย่างไรก็ตาม Food Wheel ก็มีข้อจำกัดสำคัญ การแบ่งส่วนเท่ากันของวงล้อไม่ได้สะท้อนปริมาณการบริโภคที่เหมาะสมจริง หากอาหารทุกกลุ่มมีพื้นที่เท่ากัน ประชาชนจะเข้าใจว่าควรกินผักใบเขียวและเนื้อสัตว์ในปริมาณเท่ากัน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ USDA ต้องการสื่อสาร ความคลุมเครือด้านปริมาณนี้ทำให้ Food Wheel ไม่สามารถตอบโจทย์ด้านการสื่อสารที่ตั้งใจไว้ ประชาชนยังคงสับสนว่าควรกินอะไรเท่าไร

อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกละเลยบ่อยครั้งคือ ความวิตกของผู้ประกอบการเกี่ยวกับผลกระทบจากการจัดลำดับอาหารในภาพกราฟิก หากหมวดเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์นมถูกจัดวางไว้ด้านบนของปิรามิด อาจถูกตีความว่าเป็น “อาหารที่ควรกินน้อย” ซึ่งจะกระทบต่อยอดขายโดยตรง เอกสารจาก USDA ช่วงปี 1989 แสดงให้เห็นว่ามีการหารือภายในเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิด “consumer backlash” หากเครื่องมือภาพใหม่นั้นตีความได้ว่าเป็นการประณามผลิตภัณฑ์บางชนิดโดยไม่เจตนา ผู้แทนจากอุตสาหกรรมเริ่มเสนอแนะแนวทางที่ลดความรุนแรงของการตีความ เช่น การไม่ใช้สีแดงในกลุ่มเนื้อสัตว์ หรือไม่จัดให้อยู่ด้านบนสุดของภาพโดยตรง

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมอาหารเองก็เริ่มตื่นตัวกับพลังของการสื่อสารผ่านภาพ บริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Kellogg Company และ General Mills เริ่มลงทุนวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงภาพอย่างจริงจัง รวมถึงเริ่มทดลองใช้สัญลักษณ์และไอคอนบนบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างภาพจำของสุขภาพที่ดีผ่านสินค้าของตน องค์กรวิชาชีพ เช่น National Dairy Council และ Wheat Foods Council ก็เริ่มพัฒนาสื่อการศึกษาที่ใช้ภาพเป็นเครื่องมือหลักในการโน้มน้าวความเข้าใจของสาธารณชน

ในปี 1987 ดร. ลูอีส ไลต์ (Luise Light) เข้ามารับตำแหน่ง Director of Dietary Guidance ที่ USDA โดยมีพื้นฐานด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และประสบการณ์ทำงานในโครงการอาหารโรงเรียนในนิวยอร์กซิตี้ ก่อนหน้านี้ ไลต์มีบทบาทสำคัญในการออกแบบหลักสูตรโภชนาการสำหรับเยาวชน ทำให้เธอมีความเข้าใจทั้งด้านวิชาการและการสื่อสารสาธารณะ เมื่อได้รับมอบหมายให้พัฒนาเครื่องมือสื่อสารที่เข้าใจง่ายสำหรับประชาชน เธอเริ่มสำรวจโมเดลจากต่างประเทศ

หนึ่งในแนวทางที่เธอสนใจเป็นพิเศษคือปิรามิดอาหารของ Anna-Britt Agnsäter จากสวีเดน ซึ่งใช้รูปสามเหลี่ยมแทนปริมาณการบริโภคที่เหมาะสม—ด้านล่างกว้างคืออาหารที่ควรกินมาก ด้านบนแคบคืออาหารที่ควรกินน้อย ไลต์เห็นว่า รูปแบบนี้สามารถสื่อสารสาระสำคัญด้านโภชนาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถแก้ข้อจำกัดของ Food Wheel ได้โดยตรง

ระหว่างปี 1988–1990 USDA ได้จัดการประชุมหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมากเพื่อวางแนวทางการพัฒนาเครื่องมือใหม่นี้ ตัวแทนจากผู้ผลิตธัญพืช นม และเนื้อสัตว์ถูกเชิญเข้าร่วมอย่างต่อเนื่องในฐานะ “ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลกระทบ” เอกสารการประชุมเหล่านี้แสดงให้เห็นความกังวลจากภาคอุตสาหกรรมที่กลัวว่าเครื่องมือภาพจะส่งผลต่อการรับรู้ของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ของตน

แม้จะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในเชิงเศรษฐกิจ แต่การมีบทบาทของภาคอุตสาหกรรมในกระบวนการออกแบบคำแนะนำของรัฐเชิงสุขภาพ ก็สร้างคำถามต่อความเป็นอิสระทางวิชาการของเครื่องมือนั้น การเปลี่ยนผ่านจากข้อความสู่ภาพ และจาก Food Wheel สู่แนวคิดปิรามิดอาหาร ดูเหมือนจะเป็นพัฒนาการที่ธรรมชาติในสายตาของ USDA แต่ก็เป็นพัฒนาการที่เปิดช่องให้กับอิทธิพลภายนอกเข้ามามีบทบาทอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

และในช่วงปี 1988–1992 อิทธิพลนั้นก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นระบบ…

#pirateketo #กูต้องรู้มั๊ย #ม้วนหางสิลูก #siamstr #TheTriangleTrap


Write a comment
No comments yet.