[Thai Short Article] อิสรภาพ(ที่หายไป?)ในโลกอินเทอร์เน็ต

A Thai short article about privacy & freedom on the internet from my perspective. บทความไทยแบบสั้น ๆ เกี่ยวกับเสรีภาพและความเป็นส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ตจากมุมมองส่วนตัวของผม

ปี 2023 เป็นปีที่มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นในโลกอินเทอร์เน็ต สิ่งที่ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นมาก่อนมันก็ได้เกิดขึ้นกับตา ผมเคยพูดไว้ในหลาย ๆ ไลฟ์ของตัวเองที่ช่อง Saltyman Ch. ว่าอินเทอร์เน็ตในยุคนี้มันสะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนก็จริง แต่เราก็สูญเสียอะไรหลายอย่างที่เคยมีในโลกอินเทอร์เน็ตไปแล้ว

ในฐานะที่ตัวเองก็เป็น VTuber อิสระ (แถมทำด้วยตัวเองมาตลอดตั้งแต่เริ่ม) แน่นอนว่าผมเองก็ต้องสมัครใช้บริการต่าง ๆ เพื่อการทำไลฟ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น YouTube เอย Twitch เอย Restream เอย Tipme เอย Steam เอย ไอดีเกมที่เล่นเอย ฯลฯ ซึ่งสมัครเยอะจนเริ่มจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองใช้อะไรอยู่บ้างจนต้องพึ่งพาบริการ Password Manager เพื่อช่วยสร้างและจำรหัสผ่านเอาไว้ ซึ่งก็…กลายเป็นว่าต้องสมัครเพิ่มอีกแล้วสินะ 🗿🗿🗿 ทั้งที่ปกติแล้วตัว VTuber เองจะต้องปกป้องความเป็นส่วนตัวเพื่อป้องกัน Doxxing เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของโซล (เป็นคำเฉพาะในวงการที่หมายถึงคนที่สวมบทเป็น VTuber ด้านหลัง มากจากคำว่า Soul) แต่เราก็ต้องมาแลกข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้กับบริการต่าง ๆ จนได้

หนำซ้ำตลอดปีนี้ยังเจอแต่อะไรน่าปวดหัวเกี่ยวกับเสรีภาพในโลกอินเทอร์เน็ตที่เราก็ใช้โซเชียลมีเดียของเราเพื่อการอัปเดตข่าวและคุยกับเพื่อนฝูงตามประสาชาวเน็ตที่เป็นตัวประกอบ A ในโลกออนไลน์คนหนึ่ง แล้วก็โดน CEO หรือผู้บริหารของบริการเหล่านี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงบริการของเขาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย อยากจะจำกัดการอ่านโพสต์ก็จำกัดกันบัดนั้นเดี๋ยวนั้น อยากจะใช้อัลกอริธึมหรือตัดฟีเจอร์บางอย่างออกเพื่อกดดันให้ผู้ใช้ต้องเสียเงินเพิ่มในจุดที่มันไม่จำเป็นต้องเสียก็ทำ หรือแอบเนียนเปลี่ยนแปลงนโยบายของบริการเพื่อเอาข้อมูลเราไปทำอะไรสักอย่างที่บอกไว้ไม่ชัดเจน เพียงเพราะว่าบริษัทไม่สามารถทำกำไรได้ทันเวลาที่ต้องการเพราะทำตัวเองแท้ ๆ ความซวยก็เลยตกมาอยู่ที่ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ที่ต้องไล่ตามอัลกอริธึม ต้องเสียเงินเพื่อโปรโมตโพสต์หรือคอนเทนต์ของตัวเอง และก็ต้องไล่ตามกระแสในโซเชียลมีเดีย บางครั้งก็ถึงกับต้องใช้วิธีสุดแสนจะดูถูกสติปัญญาของผู้ใช้งาน เช่น การทำคลิกเบต ทำปก/พาดหัวยั่วกิเลสเพื่อหลอกให้คนคลิกไปอ่านแล้วพบว่าจริง ๆ เนื้อหามันไม่มีอะไรสำคัญกับเราเลย ฯลฯ

นี่ยังไม่นับว่าแค่เราแวะเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ใช้หรือเข้าโซเชียลมีเดียเฉย ๆ แล้วโดนดูดข้อมูลการใช้งานมหาศาลเอาไปทำข้อมูลวิเคราะห์โฆษณาหรือเอาไปเทรน AI โดยไม่บอกเรา (หรือจริง ๆ เขาอาจบอกใน User Agreement กับ Privacy Policy ในรูปแบบตัวอักษรยาวยิ่งกว่ากำแพงเมืองจีนและตัวเล็กจิ๋วที่เล็กจนต้องเอากล้องส่องพระมาส่อง ที่ไม่ว่าจะมองตะแคงตีลังกาอ่านยังไงก็ไม่มีทางอ่านไหว หรืออ่านแล้วก็ต้องตีความหลายตลบ ก่อนจะต้องยอมแพ้แล้วกดยอมรับไปอย่างช่วยไม่ได้ เพราะถ้าไม่ยอมรับมันก็ไม่ให้ใช้งาน 🗿)

ถ้าลองเทียบกับสมัยแรก ๆ ที่เราเริ่มใช้เน็ตแบบไร้กังวล อยากค้นอะไร อยากดูอะไร อยากใช้อะไร เราก็สามารถทำได้ทันที ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาสอดส่องหรือคอยจำกัดจำเขี่ยการใช้งานของทุกคนตามแต่ข้อจำกัดของเทคโนโลยีในเวลานั้น อินเทอร์เน็ตในยุคปัจจุบันนี่คือโลกที่โหดร้ายกว่าเดิมมาก และเราในฐานะตัวประกอบ A ในโลกอินเทอร์เน็ตก็ต้องดูแลเอาใจใส่สิทธิเสรีภาพในโลกอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ดูว่าเราต้องบอกข้อมูลส่วนตัวอะไรเวลาสมัครบริการ พยายามหาตัวช่วยในการปกป้องข้อมูลของตัวเรา ปกป้องการตรวจจับพฤติกรรมการใช้งานของเรา ฯลฯ เชื่อว่าสำหรับ User ทั่วไปก็อาจจะไม่คิดมาก แต่สำหรับผมหรือคนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของตัวเองเองยิ่งกว่านี้…นี่เราแลกอะไรหลายอย่างในระหว่างใช้อินเทอร์เน็ต (ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ) ไปเยอะเหมือนกันนะ 🤔

และถ้ายิ่งคิดต่อไปอีกสักหน่อย เราสาละวนอยู่กับการเสียความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ? เผลอ ๆ เราอาจจะเอาสิ่งเหล่านี้จ่ายมาตั้งแต่วันแรกที่เราใช้อินเทอร์เน็ตก็ได้ แต่เราก็เพิ่งมาคิดเอะใจเรื่องพวกนี้ได้หลังจากใช้ชีวิตมาระยะหนึ่งแล้วเนี่ยสิ

หรือไม่ที่เขียนมาทั้งหมดนี้… ผมอาจจะคิดเยอะเกินไป 😂


Write a comment
No comments yet.