[Thai Article] ในวันที่ตระหนักว่า Proof of Work ของตัวเองมันยังไม่พอ

แชร์มุมมองเกี่ยวกับ Proof of Work ที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางไปตามเก็บของพรีเมียมเกมที่เรารัก
[Thai Article] ในวันที่ตระหนักว่า Proof of Work ของตัวเองมันยังไม่พอ

ผมมีโอกาสได้เคลื่อนไหวในฐานะของ VTuber มาราว ๆ สองปีแล้ว (ถ้านับช่วงที่ก่อนจะมีไลฟ์ Debut Announcement) และสาละวนอยู่กับความทุกข์ที่รู้สึกว่าการพยายามทำไลฟ์ของตัวเองนั้นยังไม่เป็นที่สนใจของคนเท่าที่ควร โดยเฉพาะช่วงปีก่อนที่ถึงกับจิตตกหนัก ๆ เพราะยอดคนดูเริ่มลดลงเรื่อย ๆ อย่างน่าใจหาย (ซึ่งแม้จะทำใจมาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่ตัดสินใจทำแล้วแต่ก็ยังคงช็อคที่ตัวเลขมันลดหนักขนาดนี้)

ผมได้แต่หาคำตอบให้ตัวเองว่ามันเป็นเพราะอะไร ? เพราะเนื้อหาที่เราเอามาไลฟ์มันยากไป ? เพราะการนำเสนอของเรามันย่ำอยู่กับที่ ? เพราะเราไม่ได้ทำโมเดลใหม่อย่างที่คนอื่นเขานิยมเปลี่ยนกันทุกปี ? หรือถึงขั้นคิดไปว่าเพราะเรากำลังโดนแบนจากสังคมของ VTuber ประเทศไทยอยู่รึเปล่า…ทั้งที่ปีที่แล้วได้คุยกับคนในวงการแบบนับไม่เกินสองมือได้เลยด้วยซ้ำ

แม้ช่วงกลางปีจะได้มีโอกาสสัมผัสกับสังคมออนไลน์ทางเลือกมากมาย ทั้ง Mastodon ที่ตอนนั้นเป็นที่นิยมหนีตายจากแพลตฟอร์มเจ้าใหญ่ การได้เจอกับ Nostr ซึ่งเป็นโปรโตคอลสังคมออนไลน์แบบกระจายศูนย์อย่างแท้จริง รวมถึงล่าสุดที่ไปเคลื่อนไหวบนแอป Bluesky Social ที่พัฒนามายาวนานมากกว่าจะเปิดให้ใช้กันอย่างเสรีช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ไม่ว่าจะที่ไหนผมก็ได้สัมผัสกับบรรยากาศของโลกออนไลน์ที่ไม่มีอัลกอริธึมคอยเสิร์ฟเนื้อหาที่ไม่ได้อยากรู้เพราะคิดว่าเราน่าจะสนใจและไม่มีการโฆษณายัดเยียดสิ่งต่าง ๆ ทั้งพวก Scam หลอกเอาเงินผู้ใช้หรือพวกเว็บพนันออนไลน์ที่ตุกติกหวังฮุบเงินคนที่เข้ามาเล่น (ซึ่งใน Nostr มันมีแอคพวกนั้นมาเปิดโปรโมทอยู่นะ…และตายเรียบเพราะไม่ได้มีคนสนใจพวกนี้เท่ากับบนแพลตฟอร์มหลักที่ยัดเงินโฆษณาก็โกยคนเข้าไปติดกับได้เยอะแยะมากมาย ส่วนของ Mastodon กับ Bluesky ยังไม่แน่ใจว่ามีมั้ยเพราะไม่เคยเจอ) แต่เราก็ยังคงวนเวียนอยู่ในแพลตฟอร์มเดิม ๆ เพราะยังตัดใจไม่ขาดจากจำนวนผู้ติดตามที่เยอะกว่าที่อื่นและความที่เรายังสามารถ Keep in Touch กับผู้ติดตามบางส่วนได้ง่าย

จนกระทั่งการตัดสินใจครั้งสำคัญของผม…

การตัดสินใจที่เปลี่ยนแปลงแนวทางการเคลื่อนไหวในสังคมออนไลน์ของ Saltyman ไปตลอดกาล

#### การตัดสินใจเลิกใช้ Twitter หรือ X เป็นแพลตฟอร์มหลัก

นับตั้งแต่นั้นผมก็สัมผัลได้ว่าชีวิตของตัวเองได้กลับมาเป็นตัวเองมากขึ้น มีเวลากลับมาใส่ใจกับการทำเนื้อหามากขึ้น ได้กลับมาเจอกับบรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่พบเจอกับการแข่งขันแย่งชิงยอด Engagement โดยไม่ใส่ใจว่าสิ่งที่นำเสนอออกมาจะระยำตำบอนหรือมอมเมาคนอื่นแค่ไหน และไม่ต้องพบเจอกับความอีหยังวะที่เกิดจากการได้รับรู้เรื่องราวดราม่าบ้าบอต่าง ๆ ที่นอกจากจะไม่ได้จำเป็นอะไรกับชีวิตแล้วยังสร้างความเหนื่อยหน่ายกับสังคมว่ามันห่วยแค่ไหน

ที่ตลกคือ…การตัดสินใจนี้ไม่กระทบยอดคนดู (เพราะมันน้อยอยู่แล้ว) และยอดการมองเห็นในไลฟ์ของตัวเองเลย คนที่มาดูประจำก็มาเหมือนเดิม ยังรักษาบรรยากาศแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ดีโดยไม่ต้องมีกฎไลฟ์ยุ่บยั่บเหมือนเดิม และก็ยังได้โดเนทจากช่องทางต่าง ๆ เหมือนเดิม (ซึ่งก็น้อยเหมือยเดิมด้วย ฮา)

ผมค่อนข่างเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าการที่เราเลือกหันหลังให้กับแพลตฟอร์มพวกนั้นน่าจะทำให้ผมมี Productivity ที่มากขึ้น สร้างงานเพิ่มเติมได้มากขึ้น พัฒนาแนวทางของช่องได้มากขึ้น เหนื่อยหน่ายหมดไฟน้อยลง

…แต่ไม่เลย…


แม้การเลือกมาอยู่บนสังคมออนไลน์เหล่านี้จะทำให้มีความสุขขึ้นมาก แต่ผมเองก็กลับพบว่าเราก็ยังไม่ได้มีอะไรที่เยอะขึ้น ไม่ได้ทำคอนเทนต์ที่ตั้งใจไว้อย่างที่ควร ไม่ได้เข็นผลงานอะไรเพิ่มเติม และก็ไม่ได้มีใครให้ค่ากับผลงานที่เราทำทิ้งไว้ในอดีตอีกต่างหาก

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ Proof of Work ที่เกริ่นในหัวข้อบทความล่ะ ?

ต้องบอกว่าช่วงที่ผ่านมานี้ผมได้ยินคำว่า Proof of Work ค่อนข้างบ่อยมาก แม้จุดเริ่มต้นที่ได้ยินคำนี้จะมาจากประโยคที่พูดในรายการแบไต๋ไฮเทคสมัยที่ยังออกในรายการทีวีที่พูดถึง Bitcoin ช่วงปี 2015 แต่ผมเพิ่งจะมาเข้าใจคำนี้ในมุมมองอื่นที่ไม่เกี่ยวกับ Consensus Algorithm ในระบบของ Bitcoin เมื่อไม่ถึงปีนี้เอง และพอพยายามจะลองค้นหาความหมายของคำนี้ที่ไม่เกี่ยวกับ Cryptography ในอินเทอร์เน็ตจากแหล่งอื่น ๆ ก็พบว่าไม่มีเลย (เมื่อวานก็ลองค้นนะ แต่ก็ไม่มีเหมือนเดิม)

ล่าสุดก็คือที่ได้เจอคำ ๆ นี้มาจากรายการไลฟ์รายการหนึ่งที่สมมุติว่าชื่อ สภายาส้ม (สมมุติแล้ว ไม่รู้หรอกเนาะว่าของช่องไหน) ที่ไลฟ์ไปเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2023 ที่ผ่านมากับประเด็นที่ผมสนใจมากเป็นพิเศษที่หนึ่งในพิธีกรที่สมมุติว่าชื่อคุณ Tendou นำเสนอหัวข้อ “อินฟลูฯ ที่ไม่อินฟลูฯ ” และรายการก็ชี้ไปถึงเรื่องของ Proof of Work ด้วย

และหลังจากผมดูจบแล้ววันรุ่งขึ้นผมก็ออกไปข้างนอก (เพราะเป็นทาสการตลาดของ HoYoVerse ก็เลยต้องรีบไปสอยของลิมิเต็ด Genshin Impact น่ะ ฮา)​ ซึ่งระหว่างนั้นผมก็ได้คิดทบทวนเกี่ยวกับคำว่า Proof of Work ตลอดทางเลยว่ามันยังไงกันแน่

เท่าที่ผมเข้าใจในตอนนี้ “Proof of Work” (ที่ไม่ใช่ Consensus Algorithm ของ Cryptography) มันก็ตรงตัวตามความหมายแปลไทยเลย นั่นก็คือ “หลักฐานการทำงาน” นี่แหละ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสามารถติดตัว ทัศนคติ ความรู้ความเข้าใจ อากับกิริยา สิ่งที่ต่าง ๆ ที่เราได้แสดงให้ผู้อื่นเห็น รวมไปถึงประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา ฯลฯ อะไรก็ตามเหล่านี้เป็นหลักฐานชั้นดีที่แสดงให้เห็นว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง มีผลงานอะไร ได้ผ่านหรือฝากอะไรในโลกใบนี้มาบ้าง

“Proof of Work” มันสะท้อนถึงฝีมือ คุณค่า (Value) ความน่าเชื่อถือไว้วางใจในตัวเราเมื่อมีใครมอบหมายให้ทำผลงานบางอย่าง ฯลฯ และมันจะทำให้เกิดผลที่ตามมาเป็นเงาสะท้อนถึงความจริงที่ว่าเราเป็นใครหรือตัวอะไร(?)ในระบบสังคมหรือในแวดวงวิชาชีพเหล่านั้นอย่างแท้จริง

แม้สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ใช่คำนิยามหรือความเข้าใจเกี่ยวกับ “Proof of Work” ที่ตรงกับคนอื่น ๆ แต่นี่ก็เป็นสิ่งตกตะกอนทางความคิดจากมันสมองที่มีปัญญาอันน้อยนิดของผมจะกลั่นกรองออกมาได้

ในช่วงที่เดินทางกลับบ้านจะมีจังหวะหนึ่งที่ผมจะแวะเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อหาอะไรดื่ม ก็พบว่า ณ เวลานั้นเงินสดติดตัวได้หมดลงจนไม่มีเงินจ่ายค่ารถประจำทางกลับบ้านต่อสุดท้าย ก็เลยถามพนักงานร้านสะดวกซื้อเพื่อไปกดเงินออกมาจ่าย…ซึ่งตู้ที่ใกล้ที่สุดมันช่างไกลลลลลลล…ไกลเหลือเกิน

ระหว่างนั้นผมก็เดินไปครุ่นคิดเรื่อง Proof of Work ไปเรื่อย ๆ แม้แดดจะร้อนฉิบหายวายป่วงก็ตาม จนกระทั่งผ่านไปครู่หนึ่งแล้งก็ได้ถึงบางอ้อ…

…ผมว่าผมรู้ปัญหาของตัวเองแล้วล่ะว่าทำไมคนอื่นไม่ได้ให้น้ำหนักต่อผลงานของเราในช่วงที่ผ่านมามากขนาดนั้น

#### เราน่าจะยังมี Proof of Work ไม่มากพอว่ะ

แม้ถ้าดูจากการทำช่องของผมในฐานะ Saltyman ที่ทุกสิ่งอย่างในช่องมันทำด้วยตัวเองจริง ๆ (แล้วผมก็เอามีมจากโฆษณามาใส่ Soundboard และหากินกับมีมนี้จนถึงทุกวันนี้นั่นแหละ)

เผื่อใครยังไม่ทราบเรื่องนี้…โซล (คำในวงการ VTuber ที่ใช้เรียกแทนตัวตนที่เคลื่อนไหวหลังจอของ VTuber) ของผมวาดรูปออกแบบโมเดลตัวละครที่คุณเห็นขึ้นมาเอง ตัดเส้นลงสีเอง นำภาพไปแยกส่วนแล้ว Rig จนกลายเป็นโมเดล Live2D ด้วยตัวเอง ออกแบบโลโก้ประจำช่องเอง ออกแบบ Overlay หน้าไลฟ์ด้วยตัวเอง ทำ Transition ไลฟ์เอง ดีไซน์ภาพปกไลฟ์ด้วยตัวเอง ตั้งระบบไลฟ์ด้วยตัวเอง และแน่นอน…คอนเทนต์แต่ละอย่างก็เป็นคนสรรหาหัวข้อเรียบเรียงตอนไลฟ์ด้วยตัวเองเหมือนกัน ถึงกระทั่งออกแบบสินค้าแล้วไปนั่งขายด้วยตัวเองแบบปกปิดตัวตน ถ้าไม่นับเรื่องที่ว่าบางปกไลฟ์ใช้ภาพ Asset จากแหล่งที่เป็น Free for Commercial Use กับเสียงประกอบไลฟ์ที่ไปใช้บริการที่เขามีให้ (เพราะไม่มีความรู้เรื่องดนตรีเลย) ทั้งหมดนี้โซลของผมทำเองจริง ๆ …(ซึ่งไม่ได้จะอวดว่าตัวเองเก่งเพราะมันเคยมีคนหาว่าผมอวดเก่งจากเรื่องนี้ แต่ที่ต้องทำหมดนี่เพราะไม่มีเงินจ้างแค่นั้นแหละ ถ้ามีจะทำเองเพื่ออออ)

และจริง ๆ ผมเองก็พอมีสกิลการเขียนในระดับหนึ่ง

คือไม่ได้เขียนเก่งอะไร แต่พอจะเขียนได้บ้าง เล่าเรื่องได้ เขียนได้ทั้งยาวและสั้น แถมโซลของผมก็เคยมีประสบการณ์ทำหนังสือทำมือมาก่อนทั้งแบบที่เป็นนิยายและเรื่องสั้น

แต่ถ้าลองมานั่งพิจารณาอีกที แล้วไหนหลักฐานประจักษ์ที่คนอื่นจะรับรู้ได้ว่าเรามีความสามารถเหล่านี้ล่ะ ?

ผลงานวาดภาพ ? มีนะ เห็น ๆ กันอยู่…แต่น้อยมาก

งาน Live2D Rig ล่ะ ? มีแต่โมเดลตัวเอง (กับเคยริกให้งานหนึ่งที่ล้มเลิกโครงการไปแล้ว)

Goods ล่ะ ? ออกปีละครั้ง มีแค่ 6 ชิ้น ไม่มีอะไรในระหว่างปีเลย ออกน้อยด้วย

บทความล่ะ ? …นี่เพิ่งบทความที่สองที่คนเห็นในฐานะ Saltyman แถมอันแรกก็เป็นบทความสั้นด้วย (บทความอื่นของโซลหายไปแล้วเพราะเว็บที่เคยเขียนมันปิดไปแล้ว)

นิยาย/เรื่องสั้นล่ะ ? ในฐานะของ Saltyman ก็ยังไม่มีผลงานพวกนี้ให้เห็นอีก (โซลมี แต่ขอไม่เปิดเผย)

ยังไม่นับที่ว่าไลฟ์ที่ทำตอนนี้มีคนไม่ค่อยเห็นจนไม่ได้มีคนให้ความสนใจขนาดนั้นอีก…

ไหนจะรายการ Podcast ที่สัญญาว่าจะทำแล้วก็ยังไม่ออกมาซักตอนอีก…

นั่นแหละครับที่ตระหนักได้ระหว่างเดินไปกดเงิน…

ที่แท้เรามีความสามารถนะ แต่มันไม่มีหลักฐานมากพอที่คนอื่นจะให้ค่าขนาดนั้น

Proof of Work ของเรามันยังไม่มากพอจริง ๆ ด้วย

งั้นก็ไม่แปลกหรอกที่เราอยู่ในสภาพนี้…

ระหว่างเดินทางกลับบ้านด้วยรถประจำทางต่อสุดท้าย ผมก็ได้นั่งเหม่อมองข้างทางไปพร้อมกับคิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Proof of Work ของตัวเองให้มากขึ้น

ในเมื่อเราไม่มีหลักฐานความสามารถของเรามากพอ มันก็มีแต่ต้องทำเพิ่มให้มากพอ ต้องทำให้คนรู้ว่าเราทำอะไรได้บ้าง มีผลงานอะไรบ้าง มีแนวคิดอย่างไรบ้าง ไม่มีทางลัดอื่นใดมากกว่านี้อีกแล้ว

แม้ในแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์เจ้าดัง ๆ จะยังสามารถหาวิธีโกงยอด Engagement ได้ อาศัยเกาะกระแสให้ตัวเองโดนลากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Eyeballs ของคนอื่นได้ แต่สิ่งที่เราเห็นกันมาตลอดก็คือพวกเขาเหล่านี้ก็จะล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา เพราะเขาไม่มีอะไรที่น่าสนใจมากพออย่างแท้จริง ไม่มีผลงานอะไรที่เป็นที่ประจักษ์อย่างแท้จริง

แม้ว่าจุดหมายของคำว่า “มากพอ” มันไม่มีประมาณหรือระยะเวลาที่ตายตัว แถมยังต้องอยู่ในสภาวะที่มีโอกาสเหมาะสมด้วย

แต่การที่สร้างผลงานเป็นหลักฐานเอาไว้ก็ไม่ต่างจากเรื่องราวในหนังสือที่ผมเคยอ่านเล่มหนึ่ง มันชื่อว่า Good Luck  ที่ว่าด้วยเรื่องของสองเพื่อนในวัยชรามานั่งคุยเปรียบเทียบความสำเร็จในชีวิตของตัวเองกัน แล้วหนึ่งในเพื่อนก็เล่านิทานที่เกี่ยวกับอัศวินสองคนที่พยายามตามหาใบโคลเวอร์สี่แฉกที่พ่อมดเมอร์ลินทำนายว่ามันจะปรากฎขึ้นในอาณาจักร ณ บริเวณที่ไม่มีต้นไม้ปลูกขึ้นมาแสนนาน ซึ่งอัศวินคนหนึ่งเลือกที่จะเสาะหาถามคนอื่นไปทั่วว่าใบโคลเวอร์สี่แฉกอยู่ไหน แต่อัศวินอีกคนกลับเลือกที่จะไปเตรียมดินบริเวณตามคำทำนายให้อุดมสมบูรณ์มากพอที่จะปลูกอะไรได้ จนกระทั่งเมล็ดของต้นโคลเวอร์สี่แฉกก็มางอกอยู่ตรงดินที่เตรียมไว้จริง ๆ

ผมถึงตระหนักได้ในที่สุดว่าการสร้าง Proof of Work มันก็เหมือนกับการเตรียมดินในนิทานของหนังสือ Good Luck นี่เอง

เราไม่สามารถรู้ได้หรอกว่าโอกาสมันจะมาตอนไหน แต่ถ้าเรารู้จักเตรียมตัวเองให้พร้อม สร้างหลักฐานการทำงานของตัวเองขึ้นมาว่าเราทำอะไรได้บ้าง เก็บ Portfolio (ที่ไม่ใช่พอร์ตการเงินการลงทุน) ไปเรื่อย ๆ เพื่อพิสูจน์และพัฒนาความสามารถของตัวเองจนกระทั่งมีใครสักคนมาเห็นและสนใจสิ่งที่เราทำอยู่ นั่นแหละคือเวลาที่ Proof of Work ของเราจะผลิดอกออกผลเป็นใบโคลเวอร์สี่แฉกออกมาจริง ๆ เป็นความโชคดีแบบที่นิทานในหนังสือบอกไว้จริง ๆ


เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเมื่อวานก่อนที่จะลงบทความนี่เอง

จากวันธรรมดาที่เราแค่จะไปซื้อของพรีเมียมเกมที่เรารัก แต่มันกลับให้อะไรกับเรามากมาย

มันทำให้ผมได้เห็นถึงปัญหาเรื้อรังของตัวเอง ปัญหาที่ว่าเราไม่มีหลักฐานผลงานของตัวเองมากพอจริง ๆ

และผมก็ตัดสินใจที่จะเขียนเล่าเรื่องของตัวเองเรื่องนี้ออกมาเพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ เผื่อว่าใครที่กำลังหลงทางสับสนกับชีวิตอยู่ในตอนนี้ว่าทำไมเราทำอะไรไปก็ไม่มีใครสนใจจะได้ตาสว่างแบบที่ผมตาสว่างบ้าง

จากนี้ก็มีแต่ต้องสร้างผลงานออกมาให้สม่ำเสมอ สร้างหลักฐานว่าเรามีความสามารถอะไรบ้าง

และพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่ามันมี VTuber อิสระชาวไทยคนนึงที่พูดได้อย่างเต็มปากว่า “ผมทำด้วยตัวเองมาตลอด (จนมากพอจริง ๆ )”

ได้เวลาลงมือสร้าง Proof of Work แล้วล่ะนะ

Saltyman | Virtual Podcast ที่วาดรูปและเขียนได้นิดหน่อย


Write a comment
No comments yet.