เส้นทางสู่โลกอสังหาริมทรัพย์ (ตอนที่ 2)

เส้นทางสู่โลกอสังหาริมทรัพย์ (ตอนที่ 2)
เส้นทางสู่โลกอสังหาริมทรัพย์ (ตอนที่ 2)

ความเดิมจากตอนที่แล้วจุดเริ่มต้นของการได้ครอบครองอสังหาเพื่อการลงทุนห้องแรกเกิดจากเหตุการณ์

"ตั้งใจว่าจะไปหาห้องคอนโดเช่า แต่ดันได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คอนโดซะเอง"

![image](https://yakihonne.s3.ap-east-1.amazonaws.com/8947a94537bdcd2e62d0b40db57636ece30345a0f63c806b530a5f1f9bfcf626/files/1724841411082-YAKIHONNES3.jpg)

ผมนัดเซล เข้าไปดูสถานที่จริงไปดูห้องจริง เวลานั้นยังขายไม่หมด มีห้องเหลือ ผมกับภรรยาขอให้น้องเซลพาเดินดูทุกห้องที่ยังไม่มีเจ้าของ จนมาเจอห้องนึงเป็นห้องหัวมุมชั้น 6 หันหลังให้ถนนใหญ่ เป็นวิวโปร่งโล่งสบาย ไม่มีตึกสูงบัง ลมพัดเข้าทั้งวันถ้าเปิดหน้าต่าง เป็นห้องเดียวที่เข้าไปดูแล้วรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายไม่อึดอัด ห้องนี้หลุดการจองมาแล้ว 3 ครั้ง มีคนสนใจจะซื้อห้องนี้ แล้วกู้ธนาคารไม่ผ่านถึง 3 ราย ฐานะอาชีพตามที่น้องเซลเล่าให้ฟังก็ไม่ธรรมดา วันนั้นผมและภรรยาตัดสินใจ "เพิ่มหนี้" ให้กับตัวเอง ด้วยเหตุผลเพียงแค่หาบ้านหลังที่สองให้ผมอยู่ใกล้ที่ทำงานจะได้เดินไปทำงานได้ ไม่ต้องลำบาก

ผมตัดสินใจยื่นกู้กับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยถูกที่สุดขณะนั้น

ทางธนาคารอนุมัติ ผมสามารถกู้ได้ 80%

สถานการณ์ครอบครัวของผมตอนนั้นมีภาระกู้บ้านหลังหลักอยู่ประมาณ 10 ล้าน หากซื้อคอนโดห้องนี้เพิ่ม ก็จะมีภาระประมาณ 12 ล้าน ด้วยกำลังทรัพย์ตอนนั้นสามารถผ่อนได้ ภาระผ่อนคิดเป็น 35% ของรายได้ต่อเดือน

พวกผมมองว่าภาระค่างวด 35% นี่คือที่สุดแล้ว จะไม่เพิ่มหนี้มากกว่านี้

ผมได้ครอบครองคอนโดห้องนี้ในเดือนพฤศจิกายน 2019 หลัง COVID19 ระบาดระลอกแรกครับ

คอนโดห้องนี้มีโปรโมชั่นดังนี้

ฟรีค่าส่วนกลาง 2 ปี

ฟรีเฟอร์นิเจอร์ แอร์ 2 ตัว ผ่าม่าน เครื่องทำน้ำอุ่นเตียงนอนพร้อมฟูก

บิวท์อินตู้เก็บรองเท้า เค้าเตอร์ครัว โต๊ะกินข้าว ชั้นวางทีวี ตู้เสื้อผ้า

พวกผมไปหาซื้อโซฟา ตู้เย็น ไมโครเวฟ ติดอินเตอร์เนตเพิ่ม ก็เพียงพอสำหรับการอาศัยอยู่คนเดียวแล้ว

![image](https://yakihonne.s3.ap-east-1.amazonaws.com/8947a94537bdcd2e62d0b40db57636ece30345a0f63c806b530a5f1f9bfcf626/files/1724841504366-YAKIHONNES3.jpg)

ภรรยาผมบอกว่า "ซื้อให้อยู่แล้ว ก็อยู่ดีๆ รักษาห้องให้ดี ไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นยังไง ถ้าเกิดว่าไม่อยู่ต่อ แล้วลูกได้โรงเรียนใกล้ๆนี้ จะได้มีที่ให้ลูกอยู่"


### จุดเริ่มต้นของโลกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

![image](https://yakihonne.s3.ap-east-1.amazonaws.com/8947a94537bdcd2e62d0b40db57636ece30345a0f63c806b530a5f1f9bfcf626/files/1722134640336-YAKIHONNES3.jpg)

เมื่อเวลาผ่านไป ครอบครัวของผมได้พบกัลยานมิตร แนะนำให้รู้จักพระครูรูปนึง ท่านฝึกสอนการปฏิบัติธรรมะในชีวิตประจำวัน การรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง ทำให้บ้านเย็นลง เสียงหัวเราะและรอยยิ้มกลับมาเหมือนเดิม การแยกกันอยู่ไม่เกิดขึ้น กลับมาอยู่บ้านเดียวกัน ผมจึงหาวิธีการปล่อยเช่าคอนโดหลังนี้

ผมเริ่มต้นด้วยการเดินไปบอกนิติบุคคลของคอนโดว่าห้องผมปล่อยเช่า ถ้ามีใครสนใจ ก็ให้โทรหาผม ร่วมกับโพสประกาศปล่อยเช่าตามเวบไซต์

หลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์ มีนายหน้า (agent) ติดต่อเข้ามาหลายราย เพื่อช่วยทำการตลาดหาผู้เช่าให้ ตอนนั้นผมความรู้เป็นศูนย์ ยังไม่รู้จักเลยว่าการมีนายหน้าช่วยงานมันดียังไง ผมเลยถามน้องคนนึงที่พึ่งเริ่มเส้นทางอาชีพการเป็นนายหน้า ผมเลยได้ข้อมูลเกี่ยวกับนายหน้าเยอะอยู่ โดยสรุปคือ

นายหน้าอสังหา เป็นตัวกลางที่ช่วยให้เจ้าของทรัพย์และลูกค้ามาเจอกัน นายหน้ามีทั้งแบบสังกัดบริษัทนายหน้า และฟรีแลนซ์ บางท่านจะขอทำสัญญาผูกขาดกับเจ้าของทรัพย์ว่าถ้าหากยินดีให้เขาทำงานให้แล้ว จะขอให้งดการโพสขาย/เช่าด้วยตัวเอง รวมไปถึงไม่รับนายหน้าท่านอื่นด้วย (ในมุมมองของผม มองว่ามันไม่ยุติธรรมและตีกรอบเจ้าของทรัพย์)

หากนายหน้าทำงานให้เราสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการเช่าทรัพย์หรือขายทรัพย์ นายหน้าก็จะได้ค่าตอบแทนจากเจ้าของทรัพย์ตามสัดส่วนที่ตกลงกัน

กรณีของผมคือปล่อยเช่า นายหน้าก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นค่าเช่าห้อง 1 เดือน (กรณีผู้เช่าต่อสัญญามากกว่า 1 ปี แล้วแต่ตกลงกันว่าจะให้ค่าตอบแทนปีต่อปี หรือจ่ายครั้งแรกครั้งเดียว) ยิ่งนายหน้าขายได้ราคาสูงเท่าไหร่ ค่าตอบแทนนายหน้าก็จะมากตามไปด้วย

นายหน้าจะเป็นผู้เตรียมสัญญาเช่าทั้งหมด หากปล่อยเช่าได้ นายหน้าจะนัดเซ็นต์สัญญาเช่ากับผู้เช่า และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เช่าเท่าที่ทำได้ จนกระทั่งเสร็จงาน จึงจะขอรับค่านายหน้าจากเจ้าของทรัพย์ แน่นอนว่าระหว่างกระบวนการทั้งหมดเจ้าของทรัพย์สามารถพบลูกค้าได้ ไม่ได้ผิดกฏไม่ได้ผิดข้อห้ามอะไร แต่นักลงทุนบางท่านโยนทุกอย่างให้นายหน้าดูแลทั้งหมดแล้วตัวเองนอนอยู่บ้านรอรับตังค์ค่าเช่าและสำเนาสัญญาเช่าอย่างเดียว

ผมมองว่าถึงเรามีนายหน้า เราก็ควรสังเกตุการทำงานของนายหน้า รวมถึงต้องรู้จักผู้เช่าให้ดีด้วย ไม่อย่างงั้นจะรู้ได้อย่างไรว่านายหน้าทำงานเป็นอย่างไร จะไว้ใจได้จริงหรือ ลูกค้าของเราเป็นใคร มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างไร เนื้อหาภายในสัญญาเช่าก็สำคัญมาก ต้องดูให้ละเอียดเพื่อป้องกันตนเองและทรัพย์สินของเรา แต่เราก็สามารถใช้สัญญาเช่าของเราได้เช่นกันครับ ไม่ผิดกติกา

การที่มีอสังหาปล่อยเช่า มันคือการทำธุรกิจประเภทนึงนะครับ หากคุณคิดจะครองอสังหาแล้วปล่อยให้นายหน้าทำงานอยู่คนเดียว แล้วคุณนอนอยู่บ้าน ผลลัพธ์ของการลงทุนมันก็จะได้พอๆกับแรงที่คุณลงมือทำนั่นแหละครับ

หลังจากนั้นนายหน้าจะต้องดูแลผู้เช่าแทนเจ้าของ รวมไปถึงการติดตามผู้เช่ากรณีค้างชำระ ดูแลสภาพห้องให้เรียบร้อย เป็นตัวกลางรับแจ้งปัญหาจากผู้เช่ากรณีห้องเกิดปัญหาจิปาถะเล็กๆน้อยๆ เช่นท่อน้ำตัน,กุญแจหาย หากเป็นเรื่องใหญ่ๆเกินความสามารถ นายหน้าจะประสานเจ้าของห้องให้ทราบเพื่อดำเนินการซ่อม

นายหน้าของผมทั้งหมดทำงานได้รวดเร็วมาก พาลูกค้ามาดูห้องไม่ขาดสาย แต่ "ปิดการขายไม่ได้ซักกะคน" จนกระทั่งอยู่มาวันนึง มีเบอร์แปลกๆโทรมาหาผม เป็นชาวต่างชาติ ทำงานอาจารย์สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งบริเวณใกล้เคียง ต้องการย้ายจากอพาร์มเม้นท์เก่ามาหาที่พักใหม่ที่เดินทางสะดวก เขาเดินมาถามห้องว่างจากนิติและได้เบอร์ผมมา ผมนัดอาจารย์ท่านนี้มาดูห้อง  นี่คือสรุปใจความที่คุยกันครับ


เขาชอบห้องผมมาก เป็นห้องริม ลมพัดสบาย บรรยากาศปลอดโปร่ง ห้องสะอาดอยู่กันสองคนสามีภรรยาได้สบายๆ เขาเป็นครอบครัวคริสเตียน มีการสวดภาวนาออนไลน์ร่วมกับชุมชนในโบสถ์ทุกวันเสาร์ ภรรยาของเขามีคีย์บอร์ดไฟฟ้า บรรเลงเพลงสวดมนต์ สามารถทำได้ แต่ขอว่าอย่าเสียงดังเกินไป อาจารย์เขามีอินเตอร์เนตมือถืออยู่ พอที่จะทำ hotspot เข้าคอมพิวเตอร์ในการทำ online meeting ได้ แต่จำกัดความเร็วเมื่อใช้ mobile data เกินแพคเกจ ครอบครัวเขาทำอาหารกินกันเองเป็นมังสวิรัต ใช้เตาไฟฟ้าทำอาหารประเภทต้ม ไม่ได้ปรุงอาหารหนักแบบครัวไทย ยังไม่มีแผนมีลูก ตั้งใจจะอยู่ประเทศไทยไปยาวๆยังไม่มีแผนย้ายกลับบ้านเกิด มีวีซ่าทำงานอย่างถูกต้องไม่หมดอายุ มีนายจ้างชัดเจน มีสิทธิ์ประกันสังคมตามกฏหมายแรงงาน สาเหตุที่ต้องการย้ายมาอยู่แถวๆนี้เพราะเดินทางสะดวก รถไม่ติดมาก ช่วง COVID19 ทำให้การสอนของอาจารย์ทั้สองท่านเป็นการสอนออนไลน์ ต้องใช้ชีวิตอยู่ในอพาร์ตเม้นท์จากสถานการณ์ lock down ทำให้ค่าน้ำค่าไฟสูงมาก เคยสอบถามไปที่อพาร์ตเม้นท์ก็ได้รับคำตอบเพียงแค่ว่าใช้เยอะก็ต้องจ่ายเยอะ ทำให้ไม่สบายใจจึงอยากหาที่อยู่ใหม่ ที่ทำให้มีเงินเก็บได้บ้าง ตอนแรกผมตั้งราคาห้องนี้ไว้ที่ 10,000 บาท/เดือน แต่เผื่อกรณีต่อรองไว้แล้ว ตกลงกันที่ราคา 8,000 บาท/เดือน

ถัดไปอีกหนึ่งสัปดาห์ผมและอาจารย์ทั้งสองท่านนัดพบกันที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆอพาร์ตเม้นท์ที่อยู่ปัจจุบัน ผมอธิบายการวางมัดจำ 3 ส่วนให้ฟัง ค่าเช่า 8,000 บาท สำหรับค่าแรกเข้าจะต้องจ่าย 8,000 บาททั้งหมด 3 กอง ได้แก่

8,000 บาทแรก คือค่าเช่าเดือนแรก

8,000 บาทที่สอง คือค่าเช่าเดือนสุดท้าย

8,000 บาทที่สาม คือค่าประกันห้อง หากในวันที่ย้ายออกมีส่วนที่ต้องซ่อมแซม ก็จะหักจากเงินประกันไป แต่ถ้าหากสภาพห้องดี ก็ไม่หักเงิน และคืนเงินก้อนนี้ไป

เท่ากับว่าครั้งแรกจะต้องจ่าย 23,000 บาท เป็นการตกลงเซ็นต์สัญญาพร้อมโอนเงิน มอบกุญแจและคีย์การ์ดให้

ผมไม่ได้ซื้อสมาร์ททีวีไว้ในห้อง เพราะผมไม่รู้ไลฟ์สไตล์ว่าดูทีวีกันหรือไม่ อาจารย์แจ้งว่าไม่ต้องการเพราะดูผ่านคอมพิวเตอร์

ผมติดอินเตอร์เนตไฟเบอร์ให้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน ทำให้อาจารย์เขาทึ่งไปแล้วหนึ่งชอต เพราะมันสำคัญกับเขาจริงๆ เขา ok กับการจ่ายค่าบริการเนตรายเดือน

ผมไม่ได้ติดเครื่องซักผ้าให้ เพราะที่พื้นที่ส่วนกลางมีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ แต่ผมถามว่าถ้าเป็นแบบนั้นมันสะดวกมั้ย อาจารย์ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วถามผมแบบเกรงใจว่าถ้าให้ทางผมซื้อเครื่องซักผ้าให้ มันจะรบกวนมั้ย ผมบอกว่าได้ไม่มีปัญหา (เขาทั้งสองอึ้งเป็นรอบที่สอง) เพราะตอนแรกห้องนี้ยังไม่มีใครเช่า การซื้อเครื่องซักผ้ามาวางตรงระเบียงให้แดดเลียเล่นมันไม่ฉลาดแถมยังเป็นการเอาระยะการรับประกันมาเผาเล่นด้วย และผมยังไม่รู้ไลฟ์สไตล์ด้วยว่าผู้เช่าสะดวกซักผ้าเองส่วนตัว หรือใช้เครื่องซักหยอดเหรียญ แต่เมื่อผู้เช่าต้องการความเป็นส่วนตัว ผมจัดให้

ผมเสนอบริการส่งแม่บ้านที่ผมรู้จักเข้าไปทำความสะอาดห้องเดือนละครั้ง รวมไปถึงการล้างแอร์ปีละ 2 ครั้ง ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ผมเป็นคนดูแลให้ รวมถึงค่าส่วนกลางของคอนโดผมเป็นคนจัดการให้

"ผู้เช่าแค่ขนกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาพร้อมอยู่เลย"

ก่อนจะแยกย้ายจากการอาจารย์ทั้งสองท่านขอเวลาผมเล็กน้อย เพราะเขาต้องการสวดภาวนาให้แก่ผมและครอบครัวที่ใจดีให้แก่ผู้เช่าอย่างเขามาก ก่อนจะแยกย้ายกันวันนั้น


ปัจจุบันที่ผมเขียนบทความนี้คือเดือนสิงหาคม 2024 ครอบครัวนี้ยังเช่าอยู่กับผม และต่อสัญญาเป็นเวลา 5 ปีแล้วครับ และด้วยทักษะการบริหารเงินอย่างดีเยี่ยมของภรรยาผม คอนโดนี้ไถ่ถอนจำนองเป็นกรรมสิทธิ์ของผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ภาษาบ้านๆคือผ่อนหมดแล้ว) เป็นอสังหาทำเงินอย่างมั่นคงหนึ่งยูนิตในพอร์ตอสังหาของครอบครัวของผมครับ กำไรสุทธิ (net profit margin)3.56% ต่อปี

เคสอาจารย์นี้ถือเป็นเคสที่ง่าย ตรงไปตรงมา แต่ถ้าจะคิดว่าอสังหามันง่ายแค่นี้ มันก็ไม่ถูกครับ

ในตอนต่อไปผมจะเล่าเคสอสังหาที่ยาก เป็นมรดกอสังหาจากพ่อของผม เป็นอสังหาที่มาพร้อมปัญหาทั้งจากตัวโครงสร้าง ตึกเก่าอายุเกือบ 40 ปี พร้อมปัญหาของผู้เช่าที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกเจ้าของคนเก่าเอาเปรียบ ฝากติดตามกันด้วยนะครับ


### แนวคิดที่อยากแบ่งปัน

#### การกู้ มันดูน่ากลัวเพราะมันมาพร้อมกับการเป็นหนี้

ความจริงก็เป็นเช่นนั้นครับ แต่ถ้าการกู้เป็นการกู้มาซื้อสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดได้ (cash generating asset) หรือเป็นการกู้มาลงทุนทำธุรกิจ สร้างผลตอบแทนสร้างกำไร เลี้ยงปากท้องคนในครอบครัวได้ กำไรที่ได้จากการลงทุนชนะดอกเบี้ยธนาคารเท่ากับว่าเราดูแลในส่วนเงินต้นเป็นหลัก อันนี้เป็นการกู้ที่สมเหตุผลครับ กรณีของผมภาระดอกเบี้ยประมาณ 2.xx% ต่อปี ในขณะที่กำไรสุทธิ 3.56%ต่อปี ส่วนต่างตรงนี้คือกำไร แต่มันก็มาพร้อมกับดักในการใช้เครื่องมือทางการเงิน มันเกิดความคิดนี้ขึ้นในตัวผมครับว่า "อยากได้อะไร กู้เอา" อันนี้คือความคิดที่อันตรายมากๆครับ ถ้าเกิดไม่รู้ตัวแล้วไหลไปทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงเข้า

#### ค่าใช้จ่ายคงที่ (fixed cost)

เมื่อไหร่ก็ตามที่เป็นเจ้าของคอนโด มันมี fixed cost ที่ต้องจ่ายทุกๆปีคือค่าส่วนกลาง (common utilities cost)

ค่าส่วนกลางนี้เราจะต้องจ่ายให้แก่ "นิติบุคคล (นิติ)" ของคอนโด เพื่อให้ทีมนิตินำไปบริหารจัดการซ่อมแซมดูแลพื้นที่ส่วนกลางให้มีความพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เช่นลิฟต์โดยสาร สระน้ำ ฟิตเนส รวมไปถึงเงินเดือนของรปภ.ที่ดูแลความปลอดภัยให้แก่ลูกบ้าน เงินเดือนของแม่บ้านเป็นต้น ค่าส่วนกลางจะถูกกำหนดไว้ในสัญญาจองซื้อห้อง และสัญญาจะซื้อจะขายตั้งแต่แรก

ตัวอย่างเช่นคอนโดหลังล่าสุดของผมขนาดห้อง 32 ตารางเมตร

ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน เรียกเก็บปีละ 1 ครั้ง เท่ากับ

45 x 32 x 12 = 17,280 บ่าทต่อปี

ส่วนใหญ่ตอนซื้อคอนโดจะได้โปรโมชั่น "ฟรีส่วนกลาง" ระยะเวลาหนึ่ง เราต้อง confirm กับทั้งทางนิติและทางโครงการ เพื่อวางแผนการเงินล่วงหน้าเสมอ

สำหรับคอนโดของผมที่ให้เช่าทุกห้อง ผมแถมแม่บ้านทำความสะอาดและล้างแอร์ฟรีให้ผู้เช่า อันนี้ก็ถือเป็น fixed cost เช่นกัน

โดยสรุปว่าอย่ามองข้าม fixed cost เหล่านี้ด้วยในการคำนวณผลตอบแทนจากการปล่อยเช่านะครับ กรณีคอนโดของผมที่อาจารย์เช่า 3.56% นี้คือกำไรสุทธิหลังจากหัก fixed cost ทั้งหมดแล้ว ส่วนกำไรขั้นต้น (gross profit margin) คือประมาณ 4.05% ครับ

#### ดูสถานที่จริงด้วยตัวเอง ตัดสินใจลงทุนเมือเห็นว่าเป็นทรัพย์ที่มีคุณภาพ

ผมไม่เชื่อในสิ่งที่ไม่ได้เห็นด้วยตัวเอง ไม่เชื่อกราฟฟิคสื่อโฆษณา , influencer , youtuber , tiktoker เด็ดขาด 

ผมจะเดินดูทุกห้อง ถามเซลที่พาเดินดู เลือกลงทุนเฉพาะห้องที่สร้างเสร็จพร้อมขาย ไม่เลือกห้องที่ยังสร้างไม่เสร็จหรือโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จ (presales) สังเกตุพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงว่าเป็นพื้นที่ที่มีคุณภาพ (prime area) มากน้อยแค่ไหน หากทรัพย์นั้นดีตามที่ผมตั้งเกณฑ์เอาไว้ ก็พิจารณาเอาเข้า watch list ไว้ ไม่ผลีผลามไม่รีบซื้ออะไรง่ายๆครับ

ในโลกของการลงทุน การรีบลงทุนเพื่อรวยเร็วมันไม่มีจริงครับ อสังหาก็เหมือนกัน

รีบซื้อโดยที่ยังไม่คัดกรองคุณภาพของทรัพย์ คือก้าวแรกสู่การขาดทุน

ถ้ายิ่งไปซื้อของ presales คือก้าวแรกของการเจ๊ง

เปรียบเทียบกับหุ้นก็คือรีบซื้อไล่ราคาเพราะกลัวตกรถ แต่ไม่กลัวติดดอยนั่นแหละครับ

#### ดูแลผู้เช่าอย่างไร ผลลัพธ์ก็จะได้อย่างนั้น

การที่มีอสังหาปล่อยเช่า มันคือการทำธุรกิจประเภทนึงนะครับ ผลลัพธ์ของการลงทุนมันก็จะได้พอๆกับแรงที่คุณลงมือทำนั่นแหละ

ความเชื่อผิดๆที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ จะเรียกว่า propaganda ก็คงได้ คือการมีคอนโดปล่อยเช่า ขอแค่เลือกทำเลที่ดี เมื่อมีคนเช่าแล้ว เจ้าของทรัพย์ไปนอนสบายๆรับ passive income จากค่าเช่าอย่างเดียว เป็นการลงทุนที่สบาย ไม่ต้องทำอะไรมาก

ถ้าคุณคิดอยากจะทำอสังหาแล้วล่ะก็ผมขอให้ล้างความคิดนี้ออกไปให้หมดครับ เพราะนอกจากมันจะทำให้คุณไปไม่ถึงฝัน เผลอๆจะขาดทุน ควักเนื้อ ล้างพอร์ต (liquidate) เอาง่ายๆ ผมย้ำอีกครั้งครับ ว่าอสังหาปล่อยเช่าคือ "ธุรกิจ"ประเภทหนึ่ง 

จากบทสนทนากับอาจารย์ผู้เช่าของผม จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมไม่ทำความรู้จักครอบครัวของเขา ไลฟ์สไตล์ของเขา ถ้าวันที่เขาย้ายเข้ามาอยู่ไม่มีเครื่องซักผ้าและไม่มีอินเตอร์เนต ครอบครัวเขาคือชาวต่างชาติ การจะขอความช่วยเหลือจากใครซักคนก็คงไม่ใช่เรื่องที่สะดวกมากนัก การที่เข้าใจความต้องการของผู้เช่าชัดเจน ทำให้ผู้เช่ามั่นใจว่าเราสามารถดูแลเขาได้ เสิฟในสิ่งที่เขาขาดให้ เกิดความไว้ใจกัน เคสอาจารย์ผู้เช่าจึงจบลงด้วยดี เคสนี้เจ้าของทรัพย์ดีลตรงกับผู้เช่าโดยตรง ผู้เช่าส่วนใหญ่ก็ happy ที่จะดีลตรงกับเจ้าของทรัพย์มากกว่าผ่านนายหน้าครับ

ตอนต่อไปผมจะมาเล่าประสบการณ์การดูแลผู้เช่าที่ยากลำบากขึ้นนะครับ ว่าการเข้าใจผู้เช่ามันสำคัญขนาดไหน

Write a comment
No comments yet.